เที่ยวเชียงใหม่ ไปกับเรา โทร 053-266550

Chiang Mai Touring

เที่ยวเชียงใหม่ไปกับเรา พร้อมข้อมูลเที่ยวเชียงใหม่ครบครัน

รีบจอง โรงแรมเชียงใหม่ ราคาพิเศษ พร้อมส่วนลดมากมาย

วัดเชียงใหม่

  • DSCF9450

    วัดสันโค้ง (เก่า)

    มาเที่ยววัด จริงๆ แล้วมีเรื่องให้ได้เรียนรู้สนใจกันเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในวัด (โบสถ์ วิหาร เจดีย์ อะไรก็ว่ากันไป) การศึกษาธรรมะตามป้ายต่างๆ ภายในวัด (ว่างๆ เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟัง) รวมทั้งเรื่องสารพัดสารเพ ที่อยู่ในวัด ซึ่งถ้าได้เข้ามาแล้ว รับรองมีแต่เรื่องดีๆ ติดตัวกลับไปเพียบ เหมือนๆ กับผมที่มาวัดสันโค้งเก่า ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เขาบอกว่าอะไรที่มันธรรมดาจริงๆ แล้วมันไม่ธรรมดาหรอก เช่นกันกับในวัด หลายๆ อย่างที่เราเห็น มันมีความงาม มีอะไรแฝงอยู่ให้ได้รู้จักกัน หลังจากขับรถเข้ามาภายในวัดเสร็จ ผมก็เดินออกสำรวจภายในวัดแห่งนี้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง อย่างแรกที่เห็นเลยคือ  พระพุทธสิหิงค์ (องค์จำลอง)…

  • DSCF9392

    วัดโรงธรรมสามัคคี

    แม้แดดจะร้อนระอุ ขอแค่ภายในไม่ร้อนตามไปเหมือนข้างนอก ขึ้นต้นกันอารมณ์ประมาณนี้เพราะตัวเองกำลังเผชิญอากาศร้อนมายังวัดโรงธรรมสามัคคี วัดที่วางตัวอยู่หมู่ 7 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ตามประวัติบอกเล่า วัดโรงธรรมสามัคคี เดิมเป็นเพียงอารามเล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณสวนมันแกว บ้านตลาดสันกำแพง ต่อมามีคณะผู้ศรัทธาได้ทำการซื้อที่ดินดังกล่าว แล้วยกให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ โดยได้ก่อสร้างศาลาบำเพ็ญบุญหลังหนึ่ง ชาวจึงเรียกตามสำเนียงคำเมืองว่า “โฮงธรรม” (โรงธรรม) โดยจะอาราธานานิมนต์พระภิกษุจากวัดต่างๆ มาเพื่อรับภัตตาหารและเทศนาธรรมทุกวันพระ ในช่วงเข้าพรรษา ต่อมาได้อาราธนาพระอาจารย์กู่ ธมมทินโน พระกรรมฐานสาย พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มาจำพรรษา และมีการอาราธนาพระอาจารย์อีกหลายรูป จึงมีการสร้างเสนาสนะ และถวาวรวัตถุขึ้นไปตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ คือ พระเจดีย์โพธิปักขิยธรรม…

  • DSCF9260

    วัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ

    บนถนนเส้นทางสายแม่ริม – สะเมิง จัดเป็นถนนเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่มีแหล่งท่องเที่ยวกันอย่างหลากหลายทั้งแนวธรรมชาติ และแอดเวนเจอร์ ซึ่งนอกจากแหล่งท่องเที่ยวสองสไตล์ที่ว่ามาแล้วนั้น ก็ยังมีวัดบางแห่งให้ได้จอดแวะเยี่ยมชมกันแก้เลี่ยน ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปยังม่อนแจ่ม ตรงปากทางถนนเส้นทางสายแม่ริม – สะเมิง ห่างจากตรงนั้นซักหน่อยเบื้องหน้าเป็นที่ตั้งของ วัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ วัดที่มีความน่าสนใจหลายๆ อย่างในเรื่องศาสนสถาน และเรื่องราวอื่นๆ วัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ วางตัวอยู่ หมู่ที่ 2 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ถูกขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2450 เดิมชื่อว่าวัดโป่งแยง ชาวบ้านเรียกว่า วัดโป่งแยงนอก ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการสมัยนั้นให้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2544…

  • DSCF9398

    วัดทรายมูล

    วัดทรายมูล หนึ่งในวัดสำคัญใจกลาง อ.สันกำแพง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2246 ตามประวัติความเป็นมา บอกเล่าว่า วัดทรายมูล แต่เดิมชื่อว่า วัดสันก้างปลาเพราะเรียกชื่อตามหมู่บ้าน แต่เดิมนั้นเป็นป่าไม้ก้างปลี่เกิดขึ้นที่ดอนทราย ที่น้ำแม่ออนพัดพามา ชาวบ้านในสมัยนั้นช่วยกันแผวถ้างสร้างโรงกระต๊อบมุงด้วยใบจาก ใช้เป็นโรงปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์และศรัทธาทายกทายิกาศรัทธาที่อุปถัมภ์วัด วัดทรายมูล แต่เดิมมีการบออกเล่าสืบต่อกันมา และอ้างประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยเมืองเชียงใหม่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สมัยพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ลิ้นคำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2101 ถึง พ.ศ. 2317 เป็นเวลา 216 ปี…

  • DSCF9522

    วัดแช่ช้าง

    รอบตัวล้วนมีเรื่องให้เรียนรู้และหยุดมองเพื่อทำความเข้าใจ ขอแค่ใช้เวลาให้มันช้าลงอย่าเร่งรีบ ฝ่าฝูงชนในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันมายัง อ. สันกำแพง เป้าหมายครั้งนี้ผมพาตัวเองมายัง วัดแช่ช้าง ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ วัดเนื้อที่ขนาดพอดี ที่ข้างๆ วัดมีตลาดวางตัวอยู่ ย้อนกลับไปในสมัยก่อน ชุมชนแช่ช้างได้มีพ่อค้าไม้นำไม้สักล่องซุงมาตามลำน้ำ ผ่ามาถึงหมู่บ้านหนึ่ง และมาหยุดอยู่ที่หมู่บ้านนี้ ได้นำช้างจำนวนมากมาชักลากไม้สักที่บริเวณดังกล่าว สองฝั่งลำน้ำ บริเวณนี้มีต้นไม้ ปลูกเรียงรายเต็มไปหมดสองฝั่ง ช้างที่ลากซุงได้นอนแช่น้ำ และมีต้นไม้ไผ่เป็นอาหารอย่างมีความสุข ชาวบ้านผ่านไปพบเห็นทุกวัน จึงได้ขนานนามเรียกว่า “แช่ช้าง” มาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งจะสังเกตได้เลยว่า บริเวณหน้าวัดจะมีรูปปั้นช้างยืนตระหง่านกันอยู่ เข้ามากันด้านในวัด จะพบกับวิหารรูปแบบล้านนา เป็นวิหารปิด ที่มีการสร้างผนังด้านข้างทั้งสี่ด้าน มีหน้าต่าง และช่องแสงโดยรอบทุกด้าน…

  • DSCF9514

    วัดดอนปีน

    ในบางตำบลของ อ.สันกำแพง จะเห็นได้ว่ามีผู้คนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ อย่างชาวไทยเขิน ชาวยอง เป็นต้น ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ณ บ้านดอนปีน ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในหมู่บ้านชาวยองที่มีความรักสงบ รักประเพณีมาแต่โบราณ และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งในสมัยก่อนเมื่อถึงวันพระก็ต้องเดินไปทำบุญที่วัดบ่อค่าง โดยในช่วงหน้าฝนจะลำบากมากในการเดินทาง ต้องไต่ตามคันนา หน้าฝนก็ลื่น เพราะสมัยนั้นถนนยังไม่มี เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่ชื่อว่า หนานปัญญา หนานติคะ หนานพล้อย หนานวงศ์ นับว่าเป็นคนที่มีผู้คนในสมัยนั้นให้ความเคารพนับถือในหมู่บ้าน ได้ปรึกษาหาลือกันว่าควรสร้างวัดวาอารามเป็นที่ทำบุญอันเป็นที่พึ่งทางใจ เพื่อสืบต่อศาสนา เพราะทุกคนในหมู่บ้านทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ เมื่อปี พ.ศ. 2404 จึงเริ่มแผ้วถางปรับพื้นที่ให้ราบ ถึง…

  • DSCF9472

    วัดดอนมูล (สันโค้งใหม่)

    ยังไม่วนเวียนกับการเที่ยววัดใน อ.สันกำแพงอยู่ครับ โดยครั้งนี้จะพามาทำความรู้จักกับวัดดอนมูล ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ วัดดอนมูล เริ่มสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2442 มีครูบาเจ้าคำมูล ธฺมมเสนา เป็นประธานในการก่อสร้าง พร้อมด้วยศิษย์อีก 6 รูปเมื่อการก่อสร้างเสร็จ ครูบาเจ้าคำมูล ธฺมมเสนา ตลอดถึงศรัทธาประชาชน จึงได้พร้อมใจกันเรียกชื่อวัดที่สร้างขึ้นใหม่นั้นว่า วัดสันโค้งใหม่ (เรียกชื่อตามฐานะของวัดที่แยกออกมาจากวัดสันโค้งที่มีอยู่เก่า) หรือบางทีก็เรียกว่า วัดสันโค้งต้นผึ้ง (เรียกชื่อนี้เพราะที่ใกล้วัดมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีผึ้งชอบมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก) แต่ปัจจุบันนี้เรียกว่า วัดดอนมูล ตามที่ทางราชการเรียก แล้วครูบาเจ้าคำมูล ธฺมมเสนา ก็ได้รับอาราธนาจากศรัทธาทั้งหลายให้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกปัจจุบันวัดดอนมูลมีอายุ 110 ปี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ คือ…

  • DSCF9465

    วัดป่าเป้า

    ชื่อวัดกับชื่อหมู่บ้าน บ่อยครั้งที่ชอบซ้ำกันหลายแห่ง จนบางทีคนค้นหาข้อมูลต้องเช็คดีๆ ว่าตั้งอยู่ไหนเหมือนๆ กับผมที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์คีย์หาข้อมูลวัดป่าเป้า ใน อ.สันกำแพง วัดป่าเป้าแห่งนี้ เป็นวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใน ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ถ้าขับรถมาจากในเมืองก็คงราวๆ 20 กิโลเมตรด้วยกัน วัดแห่งนี้ข้อมูลประวัติความเป็นมาไม่ทราบแน่ชัด ศาสนสถานสำคัญภายในก็จะมี วิหารรูปทรงแบบล้านนา ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องความเชื่อพุทธศานสนา  บริเวณด้านหลังวิหารมีองค์เจดีย์ สีทองอร่าม ส่วนอุโบสถจะอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกเหนือขึ้นไปจากวิหารไม่ไกลนัก วัดป่าเป้ามีพระพุทธรูปที่สำคัญ เป็นพระเจ้าแข้งคม อันมีลักษณะความแตกต่างจากแบบแผนของศิลปะล้านนาที่มีมาแต่เดิมอย่างเห็นได้ชัดคือ พระชงฆ์เป็นสัน (แข้งคม) พระพักตร์สี่เหลี่ยม พระเนตรโปน พระโอษฐ์หนา ขอบพระโอษฐ์ซ้อนกัน 2 เส้น…

  • DSCF9498

    วัดร้องวัวแดง

    นานๆ มาวัดทีจะเจอหลวงพี่ใจดีเอาน้ำมาให้ดื่ม “ดื่มน้ำก่อนโยม น้ำดื่มเย็นๆ ดื่มแล้วจะได้ชื่นใจ แล้วค่อยไปไหว้พระ” หลวงพี่ทักทายกับผมแบบนั้นในช่วงบ่ายหนุ่มๆ ของวันหนึ่งณ วัดร้องวัวแดง ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ให้หลังจากดื่มน้ำเย็นๆ เสร็จ หลวงพี่ซักถามพอเป็นพิธีว่ามาจากไหนยัง ผมเลยขอตัวไปเก็บภาพบรรยากาศในวัดตามมุมต่างๆ ปล่อยให้หลวงพี่สนทนากับญาติโยมอีกกลุ่มนึงที่มาไกลจาก อ.แม่ริม วัดร้องวัวแดง จัดเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่พอสมควร วัดแห่งนี้มีอายุราวๆ 250 ปีด้วยกัน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2030 โดยชื่อวัด“ร้องวัวแดง” ตั้งชื่อตามหมู่บ้าน ซึ่งเล่ากันว่าในอดีตบริเวณนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของวัวกระทิงป่า หรือ “วัวแดง” ส่วนคำว่า “ร้อง” นั้นคงเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “ฮ่อง”…

  • DSCF9427

    วัดสันก้างปลา

    “วัดสันก้างปลา ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคน นำหน้าวัตถุ บรรลุด้วยการปฏิบัติธรรม” ขอขึ้นต้นหล่อๆ กันด้วย คำขวัญของวัดสันก้างปลา หนึ่งในวัด อ.สันกำแพง ที่บรรยากาศเงียบสงบ เหมาแก่การมาเที่ยว และไหว้พระ ทำบุญกันอย่างยิ่ง วัดสันก้างปลา ตั้งอยู่ ตำบลทรายมูล  อำเภอสันกำแพง  จังหวัดเชียงใหม่  วัดแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2527 เกิดขึ้นด้วยความเห็นชอบของคณะศรัทธาประชาชนในหมู่บ้าน   อาศัยความเสียสละสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแข็งขันของชาวบ้านได้รวบรวมทุนปัจจัยร่วมกันซื้อพื้นที่นาแล้วพัฒนาขึ้นมาให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2539 หมู่บ้านสันก้างปลา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทเขินที่ถูกกวาดต้อนมาจากประเทศพม่า โดยชาวไทเขินบ้านสันก้างปลาได้อพยพจากเมืองเชียงตุงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อสันนิษฐานของนักวิชาการประวัติศาสตร์ ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิละครองเมืองเชียงใหม่ได้รวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไปแล้วบ้านเมืองกลายเป็นเมืองร้าง…

  • DSCF7910

    วัดน้ำตกแม่สา

    อ.แม่ริม ตามที่หลายๆ คนเข้าใจในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่แล้ว มักนึกถึงการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ ทั้งแบบตื่นเต้นผจญภัย และแบบเดินเที่ยวสบายๆ ซึ่งนอกจากแหล่งท่องเที่ยวแบบนั้นแล้ว น้อยคนนักจะรู้ว่า อ. แม่ริม ก็มีวัดสวยๆ และน่าสนใจให้เที่ยวชมไม่แพ้กันอย่างวัดน้ำตกแม่สาที่ผมกำลังจะเล่าถึง วัดน้ำตกแม่สา ตั้งอยู่ หมู่ 1 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ก่อนถึงทางไปน้ำตกแม่สาฝั่งซ้ายมือ โดยจะมีป้ายบอกทางให้เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็เป็นอันถึงที่ตั้งของวัด จากสภาพภายในวัด เห็นได้ว่าศาสนสถานหลายอย่าง ยังคงไม่เก่ามาก และได้รับการบูรณะใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าวัดแห่งนี้จะเป็นวัดใหม่ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งของสถานที่ดังกล่าวนั้น น่าจะเป็นวัดร้างมาก่อนตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 ปี…

  • DSCF7369

    วัดสันกลางเหนือ

    วัด มักมีความเกี่ยวข้องกันกับการก่อตั้งหมู่บ้านไม่ว่าชุมชนไหนดังจะเห็นได้จากการตั้งชื่อหมู่บ้านและชื่อวัดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อครั้งแรกเริ่มที่ก่อร้างสร้างขึ้นมาและก็เช่นกันที่วัดสันกำแพงเหนือคือหนึ่งในนั้น วัดสันกลางเหนือ ในตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อประมานปี พ.ศ. 2245 ซึ่งเดิมในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นป่าไม้ไผ่ ก็ได้มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มไทยเขิน ได้โยกย้ายมาตั้งถิ่นฐาน โดยมีการนำของผู้ที่มีชื่อว่า ขะหนานสะละวะ ได้ร่วมกันถากถางให้เป็นที่ราบ และก็มีครัวเรือนประมาน 30 กว่าหลังคาเรือน จากนั้นต่อมาได้มีแนวคิดยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงได้ปรึกษากันว่าจะทำที่ปฏิบัติธรรมโดยสร้างกุฏิเล็กๆ ไว้ตรงทิศใต้ของหอชัย จนมีอยู่วันหนึ่งได้เกิดความอัศจรรย์คือมีต้นโพธิ์งอกขึ้นมา ชาวบ้านเลยตั้งชื่อว่าสำนักหอชัยสะหลีตุงเงิน พอไม่นานก็ได้มีลูกศิษย์วัดเข้ามาบวช จนมีเณรมากจนทำให้เกิดการขยายวัดขึ้นและได้ตั้งชื่อตามหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านตั้งอยู่บนที่สูง อยู่สันดินน้ำกวง จึงได้ตั้งชื่อว่า สันกลางเหนือ เพราะหมู่บ้านตั้งอยู่เหนือสันดินทางทิศตะวันตกมีแม่น้ำคาว ทางทิศตะวันออกก็มีแม่น้ำกวงก็จึงได้ตั้งชื่อสันกลางเหนือตั้งแต่นั้น เจดีย์วัดสันกลางเหนือ…

  • DSCF7391

    วัดสันกำแพงหลวง

    วัดสันกำแพงหลวง วัดที่เปรียบเสมือนวัดประจำอำเภอกลายๆ ของ อ.สันกำแพง ที่ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 12 กิโลเมตรด้วยกัน จากประวัติความเป็นมาของวัด เมื่อปี พ.ศ. 2330 ท้าวหาวท่าอิ เจ้าเมืองปูในเขตพม่าได้มาตั้งบ้านเรือน (บริเวณหน้าวัดสันกำแพงหลวงในปัจจุบัน) และได้สร้างวัดสันกำแพงขึ้น (เจ้าอาวาสในสมัยนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด) ไม่มีศิลาจารึกไว้เป็นหลักฐาน อาศัยเจ้าอาวาส  บูรณปฏิสังขรณ์ ตามหลักฐานที่ได้บันทึกไว้ เล่าสืบต่อๆ กันมา เมื่อปี พ.ศ.2396 ได้อาราธนา ครูบาเตชะ วัดห้วยยาบ อ.เมือง จ.ลำพูน…

  • DSCF7543

    วัดร้องกองข้าว

    วัดร้องกองข้าว เดิมเป็นวัดร้างที่ไม่ทราบประวัติแน่ชัดว่ามีมากี่ร้อยกี่พันปี แต่จากข้อมูลเท่าที่รู้ บ่งบอกว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคา 2477 มีพ่อหนานสม ยาสมุทร์ พ่อใจมา ประสงค์ทรัพย์ พ่อหนานแสงมูลเฟย และ พ่ออ่ายหลวงบ้านกอสะเลียม ทั้ง 4 ท่านได้มีความคิดเห็นว่า สถานที่แห่งนี้ มีภูมิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองแก่อนุชนรุ่นหลัง จึงได้ชักชวนประชาชนในหมู่บ้านมาช่วยกันแผ้วถางป่าบุกเบิกสถานที่ พอที่จะสร้างถาวรวัตถุ จากนั้นจึงได้ไปนิมนต์ ครูบาอินตา วัดบวกค้างมาเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ครูบาญาณ รังษี วัดดอนปีน มาเป็นรองประธาน พร้อมด้วยพระสงฆ์ในตำบลจำนวน 12 รูป มาจำวัตรรุกมูลนาน 7…

  • DSCF7549

    วัดโป่งช้างคต

    ก่อนจะมาวัดโป่งช้างคตผมนึกถึงตัวเองตอนไปเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ครานั้นมีโอกาสได้เข้าไปชมเงาพระธาตุกลับหัว ซึ่งหากมองกันตามหลักวิทยาศาสตร์ ถือเป็นปรากฏการณ์หักเหของแสงในหลักการเดียวกลับกล้องรูเข็ม แต่หากมองในด้านของความเชื่อ ก็ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านมองในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าอัศจรรย์ เช่นกันกับที่วัดโป่งช้างคต ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ วัดแห่งนี้มีเรื่องที่น่าสนใจคล้ายๆ กันกับวัดพระธาตุลำปางหลวง เมื่อมีปรากฎการณ์น่าอัศจรรย์ คือ “เงาภาพพระวิหารกลับด้าน” โดยปรากฎแสงแปลกประหลาดส่องเข้าในกุฏิในห้องนอนอดีตเจ้าอาวาส ที่มรณภาพไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จนทำให้เกิดภาพกลับด้านจนสร้างความอัศจรรย์ต่อผู้พบเห็น จากคำให้การของ พระปิยะพงษ์ สุภมงฺคโล รักษาการเจ้าอาวาส เปิดเผยว่า วัดบ้านโป่งช้างคต เป็นวัดเก่าแก่ หลายชั่วอายุคน ทั้งนี้ได้เข้าไปในห้องเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 15.00 น.เห็นแสงส่องเข้าไปอย่างแปลกประหลาด…

  • DSCF7539

    วัดกอสะเลียม

    ยังคงวนเวียนอยู่แถว อ.สันกำแพง กับการท่องเที่ยววัดที่น่าสนใจในอำเภอนี้ ต้องบอกว่าระหว่างทางมาวัดกอสะเลียม บรรยากาศค่อนข้างเป็นใจพอสมควรเนื่องจากสองข้างทางถูกรายล้อมไปด้วยทุ่งนา และวิวภูเขา มีอากาศอันสดชื่นบริสุทธิ์ให้ได้สูดเข้าเต็มปอด ทั้งนี้เป้าหมายการเดินทางของผมอยู่ที่วัดกอสะเลียม ตั้งอยู่ เลขที่ 70 หมู่ 8 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ตามประวัติบอกเล่าว่า วัดกอสะเลียม สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2438 โดยประชาชนร่วมใจกันสร้าง เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาและตั้งชื่อว่า “วัดกอสะเลียม” เพราะแต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ มีต้นสะเลียมมาก จึงได้ถือตามนามหมู่บ้าน  และชาวบ้านก็เรียก ต้นสะเลียมว่า “กอสะเลียม” ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน ในตอนแรกนั้น ชาวบ้านสร้างวิหารขึ้น 1 หลัง ก่อสร้างด้วยไม้…

  • DSCF7417

    วัดพระป้าน (พระนอนแม่ปูคา)

      อำเภอสันกำแพงมีวัดสวยๆ ให้ได้เยี่ยมชมกันเยอะแยะเลยครับเท่าที่ไปมา และหนึ่งในวัดสวยๆ ที่อยากจะพาไปรู้จักกันคราวนี้ คือ “วัดพระป้าน” (วัดพระนอนแม่ปูคา) ที่ตั้งอยู่เลขที่ 64 หมู่ 5 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอายุมาแล้วประมาณเกือบ 400 ปี จากประวัติความเป็นมาบอกว่า สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2200 การสร้างวัดนั้นเริ่มแรกไม่มีใครทราบว่าสร้างเมื่อไหร่ แต่มีหลักฐานและตำนานในใบลานธรรม และพระเจ้าเลียบโลก เล่าสืบทอดกันมา และในช่วงที่พระครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย  นักบุญแห่งล้านนาไทย ตอนนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์หลวง (พระสิงห์วรวิหาร) ได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดนับร้อยกว่าวัดพันกว่าที่ โดยจากวัดพระป้าน…

  • DSCF7523

    วัดป่าตาล

    นอกจากวัดบวกค้าง ในอำเภอสันกำแพง ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวยองแล้ว ก็เห็นจะมีอีกหนึ่งวัดสำคัญนี่แหละครับ ที่เกี่ยวโยงกันกับวิถีชีวิตของคนยองในย่านของชุมชนนี้ โดยวัดที่กำลังกล่าวถึงนั้น คือวัดป่าตาล วัดป่าตาล ตั้งอยู่เลขที่ 49 บ้านป่าตาล หมู่ที่ 4  ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นในคราวที่ชนพม่าไตยยองได้อพยพมาจากเมืองสิบสองปันนาในปี พ.ศ.2348  มาอยู่เมืองลำพูนและ บางส่วนได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ตามชายแดนเมืองเชียงใหม่ด้านทิศใต้ เช่นตำบลบวกค้างในปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่าไม้ไผ่และหญ้าคา ขณะนั้นมีสองตายายมาอาศัยอยู่ทางทิศเหนือของวัด และปลูกฝักทองขึ้นปกคลุมขึ้นที่เป็นกู่ (เจดีย์ร้าง) จึงมองเห็นบริเวณนี้เป็นกู่คงเป็นวัดร้างมาก่อน สมควรจะเป็นวัดสืบต่อไปจึงได้ชักชวนกันแผ้วถางก่อสร้างวัดขึ้นมา และบริเวณที่เป็นกู่คือตรงที่พระประธานในวิหารของวัดทรงประทับอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ กล่าวถึงยุครุ่งเรืองของวัดป่าตาล เมื่อในอดีตสมัยเจ้าอธิการคำอ้าย ปุญญทินโน เป็นเจ้าอาวาสท่านครองวัดนี้นานกว่า 60 ปี (พ.ศ.2450–2513)…

  • DSCF7402

    วัดป่าแดง

    ย้อนกลับไปสมัยยังเรียนวิชาพระพุทธศาสนาตอนมัธยมต้น จำได้ว่าอาจารย์เคยบอกไว้ถ้าหากพระภิกษุรูปไหนบรรลุพระอรหันต์ อัฐิจะกลายเป็นแก้ว และยังมีเกร็ดความรู้อีกอย่างคือ พระสงฆ์ที่มรณภาพแล้ว (หมายถึงบรรลุพระอรหันต์) บางรูปร่างกายไม่เน่าเปื่อยสลายไปตามธรรมชาติ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งและด้วยเหตุนี้ที่ตัวเองนึกออก ผมจึงรุดหน้ามายังวัดป่าแดง บ้านป่าสักขวาง ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่เพื่อมาเก็บภาพวัดป่าแดง พร้อมทั้งกราบสังขารของครูบาอุ่น อดีตเกจิชื่อดัง ที่มรณภาพไปตั้ง 12 ปีที่แล้ว แต่สังขารยังไม่เน่าเปื่อย บรรยากาศตามรายทางมายังวัดป่าแดงแห่งนี้ มีทุ่งนาล้อมรอบ ห่างจากถนนใหญ่ ประมาณ 100  เมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อน โดยตามประวัติผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าก่อนจะมีวัดป่าแดงขึ้นมานั้นสถานที่แห่งนี้เป็นวัดร้างอยู่แล้ว มีเจดีย์เก่าที่ชำรุดทรุดโทรมแล้วองค์หนึ่ง รอบๆ มีซากโบราณสถานอยู่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่เคยมีมาก่อน  ต่อมามีการสร้างเจดีย์ใหม่ครอบองค์เจดีย์เก่า  พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ขึ้นมา…

  • DSCF7347

    วัดบ้านมอญ

    ของแปลกใครๆ ก็อยากเห็น ยิ่งถ้าแปลกและมีเพียงหนึ่งเดียว อันนี้ก็ยิ่งน่าสนใจเหมือนๆ กับ ต้นศรีมหาโพธิ์แฝดยักษ์ ต้นเดียวในโลกที่วัดบ้านมอญ ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชาวบ้านต่างพากันหลั่งไหลไปชม และขอพรอธิฐาน ต้นศรีมหาโพธิ์แฝดยักษ์ต้นนี้ มีอายุเก่าแก่ประมาณ 400-500 ปี ด้วยกัน โดยมีการค้นพบโพรงต้นไม้ หลังจากที่มีไม้ค้ำโพธิ์ปิดบังโพรงไว้ที่ความสูง 2.5 เมตร กว้าง 1 เมตร ส่วนขนาดต้นโพธิ์วัดรอบฐานได้ 32 เมตร สูงประมาณ 30 เมตรแถมมีลักษณะคล้ายกับต้นไม้ที่ทรงประทับและตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ภายหลังจากการค้นพบโพรงดังกล่าว ก็ปรากฎว่ามีผู้คนที่มาลอดต้นศรีมหาโพธิ์แฝด…

  • DSCF7434

    วัดบ่อสร้าง

    ยังไม่รู้ว่าบ่อสร้างจริงๆ (อันเป็นที่มาของบ้านบ่อสร้าง) มีที่มาจากไหน แต่งานนี้ ผมขอพับเรื่องนั้นเก็บไว้ เพื่อพาตัวเองมายังวัดบ่อสร้างกันก่อน เพื่อทักทายทำความรู้จักกับวัดแห่งนี้ จากพิกัดที่ตั้ง วัดบ่อสร้าง อยู่เลขที่ 202 หมู่ 3 บ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาน 9 กิโลเมตร ติดเส้นสายบ่อสร้าง ดอยสะเก็ดคาดว่าใครไปใครมาคงหากันไม่ยาก วัดบ่อสร้าง แต่เดิมชื่อวัดศรีสุพรรณสันบ่อสร้าง อันเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านบ่อสร้าง ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าตั้งมาเมื่อใด แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่าสร้างเมื่อประมาณ ปี 2325 ในสมัยพระเจ้ากาวิละ ครั้งเมืองครองเวียงป่าซาง ในปีเดียวกันนี้พระองค์ ได้คุมพลเมืองชาวลี้กวาดต้อนเอาครอบครัวในเวียงเจียงแสนมาสร้างหลักฐานอาศัยอยู่บริเวณอำเภอสันกำแพง…

  • DSCF7503

    วัดบวกค้าง

    ไปวัดมาก็หลายที่ในเชียงใหม่ แต่ที่เจอแปลกกว่าใครในเรื่องของวิหาร ก็ต้องวัดบวกค้าง ในอำเภอสันกำแพงกับความมหัศจรรย์ของวิหารแฝดครับแต่ก่อนจะไปดูวิหารแฝดมาทำความรู้จักกันกับ ที่ไปที่มาของวัดบวกค้างกันก่อน วัดบวกค้าง เดิมชื่อวัดบวกค่าง ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 125 หมู่ที่ 1 ตำบลบวกค้าง ห่างจากอำเภอสันกำแพงประมาณ 5 กิโลเมตร สร้างขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 1912 – 1914 ในสมัยพระเจ้ากือนา เป็นกษัตริย์ครองอาณาจักรล้านนา โดยทรงอาราธนาพระมหาสุมณเถระจากกรุงสุโขทัยและพระเถระชาวรามัญอีก 10 รูป เข้ามาเผยแพร่ พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ โดยตั้งสำนักครั้งแรกที่วัดพระยืน (จ.ลำพูน) ทำการบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรชาวล้านนาและสร้างวัดตามชุมชนต่างๆเรื่อยมาจนถึงชุมชนบ้านบวกค่าง ได้สร้างวัดตรงที่ฝูงค่างมาขุดบวก(สระน้ำ)ไว้ จึงได้ชื่อว่า “วัดบวกค่าง”…

  • DSCF7335

    วัดบวกครกหลวง

    วัดบวกครกหลวงจัดว่าเป็นวัดที่มีความน่าสนใจในเชิงของการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัดแห่งนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังให้ได้เยี่ยมชม แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น หันมาดูข้อมูลรายละเอียดอันอื่นก่อน เพื่อเป็นการปูทาง วัดบวกครกหลวงตั้งอยู่ที่ 24 บ้านบวกครกหลวง ถนนสายเชียงใหม่-สันกำแพง หมู่ที่ 1วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด โดยแต่เดิมนั้นชื่อ วัดม่วงคำ ส่วนชื่อว่า บวกครกหลวง นี้เป็นภาษาพื้นเมือง คำว่า บวกครก แปลว่า หลุม และคำว่า หลวง แปลว่า ใหญ่ อย่างที่เกริ่นไปแต่ต้น ไฮไลต์ของวัดบวกครกหลวง ที่ทุกคนต้องมาสัมผัส คือภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารวัดบวกครกหลวง ซึ่งเขียนเรื่องราวพุทธประวัติและชาดกในนิบาตหรือ เรื่องทศชาติชาดก จำนวน 14 ห้อง จิตรกรรมฝาผนังนี้เขียนบนผนังรอบ ๆ…

  • วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

    10 วัดในเชียงใหม่ ที่ต้องไปเยือน เวลามาเที่ยวเชียงใหม่

    วัดในจังหวัดเชียงใหม่ มีมากมายหลายแห่งทั้งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เวียงเก่า ในเมืองเชียงใหม่ และต่างอำเภอ พระวิหาร อุโบสถหลายแห่งได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ หลายแห่งได้รับการบูรณะพัฒนาต่อยอดความยิ่งใหญ่ หลายแห่งเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยจิตศรัทธาของชาวบ้านที่เลื่อมใสต่อเจ้าอาวาส หรือพระนักพัฒนาในแต่ละพื้นที่ วัดหลายแห่งมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป อันเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบอกเล่าต่อๆ กันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ วัดหลายแห่งมีความสวยงามจากสถาปัตยกรรม จิตรกรรมที่ดึงดูดให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนคนทั่วไปได้หันหน้าเข้าวัด จะด้วยความชื่นชมหรือความศรัทธาแต่ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต่างนิยมก้าวเท้าเดินเข้าวัด โดยมี 10 วัดยอดนิยมในจังหวัดเชียงใหม่ที่คัดเลือกมา จะตรงใจหรือเคยไปหรือไม่ไปชมกันกับ 10 Holy Temples in Chiangmai 1. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร หากไม่ใช่เพราะความศักดิ์สิทธิ์จริง องค์พระธาตุดอยสุเทพที่มีอายุกว่า 600 ปี คงไม่เป็นที่เคารพศรัทธาต่อพุทธศาสนิกชนมายาวนานได้ขนาดนี้ นี่คือวัดที่นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดเชียงใหม่ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนไทยคนต่างชาติหรือจะนับถือศาสนาพุทธหรือไม่ จะต้องมาเยือน…

  • DSCF6097

    รวมวัดเด็ด อ.แม่ริม #2

    ของดีมักมีเยอะ และเมื่อมีเยอะก็ต้องค่อยๆ ทยอยปล่อยของกัน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะพาลเบื่อกันเอาง่ายๆ หลังจากพาไปเยี่ยมชมวัดที่น่าสนใจไปแล้วใน Part 1 กับหัวข้อ “รวมวัดเด็ด อ.แม่ริม #1” ก็มาถึงเวลาที่ต้องมาร่ายกันต่อกับวัดที่เหลือเพื่อความสมบูรณ์แบบ และเพื่อเป็นข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ที่อยากจะแวะมาเยี่ยมชมวัดที่ผมได้ลงรายละเอียดไป ซึ่งรายนามวัดที่น่าสนใจที่เหลือก็มีกันดังต่อไปนี้ วัดกุมภประดิษฐ์ อยู่บ้านหม้อ หมู่ที่ 6 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2425 ประวัติความเป็นมาวัดจากคำบอกเล่า พ่อหนานฟู ลานทอง เล่าว่าคนเฒ่าสมัยก่อน เล่าว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้ในวัด เดิมทีเกิดจากตอไม้มะเกวียน ที่ผุพังแล้วเจริญงอกงามขึ้น เมื่อต้นโพธิ์โตขึ้นก็มีคนเอาดินกี่ (อิฐ) มาก่อล้อมรอบไว้…

  • DSCF6097

    รวมวัดเด็ด อ.แม่ริม #1

    จะว่าไปแล้ว อ.แม่ริม จัดเป็นหนึ่งในอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวครบครันกันทุกแนวเลยทีเดียวครับ ไล่ไปตั้งแต่แนวธรรมชาติ แอดเวนเจอร์ วัฒนธรรม . อย่างวัดก็ถูกจัดอยู่ในหมวดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งก็มีหลายวัดด้วยกันใน อ. แม่ริมที่น่าสนใจ ให้เราได้ออกไปศึกษา ท่องเที่ยว และทำบุญ ผลจากการตระเวนเที่ยววัดใน อ. แม่ริมของผม พอจะจัดอันดับวัดที่น่าสนใจ ได้ดังต่อไปนี้ วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ที่ ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่ริม และค่ายดารารัศมี โดยนามของวัดนี้ถูกตั้งขึ้นตามพระนามของ “พระราชชายา เจ้าดารารัศมี” สิ่งทีน่าสนใจในวัดมีด้วยกันหลากหลาย เช่น พระวิหารหลวง ศิลปะล้านนา จำลองมาจากหอคำของเจ้าหลวงเชียงใหม่ในสมัยโบราณ เป็นที่รวมศิลปะการแกะสลัก…

  • DSCF7140

    วัดปันเสา

    นานมาแล้วหลายปีที่มีข่าวโด่งดังว่า พระมหาอาวรณ์ ภูริปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดปันเสา สามารถทำให้พระธาตุเสด็จมาได้โดยการพรมน้ำมนต์ของท่าน ซึ่งครานั้นได้มีประชาชนให้ความสนใจมากราบสักการะขอพรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อท่านสวดมนต์และพรมน้ำมนต์เมื่อใด ก็จะมีพระธาตุเสด็จมากับน้ำมนต์ร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก มีลักษณะเหมือนผลึกแก้วใสหลากสีสัน ให้พุทธศาสนิกชนได้นำไปกลับไปกราบไหว้บูชา เรื่องข้อเท็จจริงเป็นไม่ทราบว่าเป็นยังไง อันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ความเชื่อของใครของมัน แต่ผมแค่เอามาเล่าให้ฟังเฉยๆ เป็นเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เผื่อใครยังไม่รู้ “วัดปันเสา” หนึ่งในวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ภายในศูนย์มาลาเรีย เขต 2 จ.เชียงใหม่ เมื่ออดีตมีชื่อว่า วัดปันเส่า หรือว่า พันเส่า ( คำว่า เส่า เป็นภาษาล้านนา หมายถึงเตาสำหรับหลอมโลหะ คำว่า ปัน เป็นการนับจำนวนของชาวล้านนา หมายถึง จำนวน…

  • DSCF6972

    วัดพระพุทธบาทสี่รอย

    อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดแล้ว ย่อมดึงดูดความน่าสนใจอยู่เสมอ และก็เช่นกันที่คราวนี้ผมถ่อตัวเองจากตัวเมืองเชียงใหม่ มายังวัดพระพุทธบาทสี่รอย เพื่อมาสักการะรอยพระพุทธบาทสี่รอย ที่ถือว่าเป็นพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย วัดพระพุทธบาทสี่รอย จะตั้งอยู่ ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาท แห่งองค์สมเด็จพระโลกนาถ สัมมาสัมพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ จากตำนานวัดพระพุทธบาทสี่รอยเล่าว่า เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาปัจจุบันนี้ได้เสด็จจาริกประกาศธรรม และโปรดเวไนยสัตว์มายังปัจจันตประเทศ ( ประเทศไทยปัจจุบัน ) จนกระทั่งมาถึงเทือกเขาทางตอนเหนือของประเทศชื่อ เขาเวภารบรรพตซึ่งขณะนั้นได้เสด็จพร้อมกับพุทธสาวก 500 องค์และได้ แวะฉันจังหันอยู่บนเขาเวภารบรรพตแห่งนี้ เมื่อพระพุทธองค์ฉันจังหันเสร็จขณะประทับอยู่ที่นั้นก็ได้ทราบด้วยญาณ สมาบัติว่าบนเทือกเขาแห่งนี้ได้มีรอย พระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ามาประทับอยู่บนก้อนหินใหญ่ คือ พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ภัทรกัลป์นี้แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงเล็งดูรอยพระ พุทธบาทแห่งพระ…

  • DSCF6938

    วัดสุรินทราษฎร์ (ป่าแง)

    แม้สายฝนจะหล่นโปรยปรายลงมาซักเพียงใด แต่ถ้าใจยังสู้ และเรียนรู้จะอยู่กับธรรมชาติให้เหมาะสม ผมก็พร้อมที่จะเดินหน้าลุยต่ออย่างไม่ย่อท้อกับการออกมาเที่ยว ยิ่งวันไหนที่รู้สึกว่ามันลำบาก และปลายทางช่างไกลเกินเอื้อม ก็พยายามฮึดสู้ให้รู้ว่า เราทำได้ และไม่ใช่ไอ้กระจอกที่ไหน เหมือนๆ กับบ่ายวันนี้ที่พาตัวเองมายัง วัดสุรินทราษฎร์ (ป่าแง) ที่ตั้งอยู่ หมู่ 7 ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ วัดสุรินทราษฎร์ (ป่าแง) วัดนี้พระเจ้ากาวิโรรสฯ (เจ้าชีวิตอ้าว) อดีตเจ้าผู้ครองเชียงใหม่เป็นผู้สร้างในราวปี พ.ศ. 2406 พร้อมด้วยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ฯ (พ.ศ.2413-2440) เป็นราชบุตร โดยในสมัยของพระเจ้ากาวิโรรสฯ นั้น พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนามาก ได้อุปถัมภ์บำรุงกิจกรรมพระพุทธศาสนาไว้มากมายหลายแห่ง เช่น สร้างวิหารวัดนันทาราม…

  • DSCF5897

    วัดท่ากระดาษ

    นอกจากสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สวยงามอยู่ในวัดอย่างองค์เจดีย์ พระวิหาร อุโบสถ หอไตร อันเป็นที่ดึงดูดใจแล้ว หนึ่งอย่างที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักหลงลืม เวลามาเที่ยววัดและพลาดโอกาสที่จะเยี่ยมชมก็คือ จิตรกรรมฝาผนัง ภายในอุโบสถ และพระวิหาร เนื่องจากส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตเวลาไปเที่ยววัด มักเห็นแค่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปแค่บริเวณด้านนอกเท่านั้น ที่เหลือบางส่วนอาจจะเข้าไปไหว้พระประธานด้านในวิหาร และเท่าที่เจอเห็นยืนเพ่งพินิจกับจิตกรรมฝาผนังส่วนใหญ่มักเป็นชาวต่างชาติ ที่สำคัญเห็นมีน้อยกันเหลือเกิน เรื่องนี้ไม่ได้มีใครถูกหรือมีใครผิด แค่เอามาบอกกล่าวเล่าให้ฟังกันคร่าวๆ ถึงบรรยากาศที่พบเจอมา ส่วนเมนูหลักที่จะลากยาวเชื่อมต่อไปถึงกันจริงๆ เป็นเรื่องราวของวัดท่ากระดาษ ที่ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถ้าขับมาจากถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ หลังจากข้ามแม่น้ำปิงมาแล้วให้ชิดซ้าย กลับรถมาประมาณ 100  เมตร ก็จะพบกับทางแยกด้านขวามือ ไปตามเส้นทางนั้นประมาณ 1 กิโลเมตร สังเกตด้านขวามือจะพบกับป้ายบอกทางวัดท่ากระดาษ เข้าไปอีก…

  • DSCF6554_tonemapped

    วัดสว่างเพชร

    ภาษาไทยนับได้ว่าเป็นภาษาที่มีอัตราความดิ้นได้ในระดับสูง คือถ้าเปรียบเป็นอะไรซักอย่างคงเหมือนน้ำที่ใส่ภาชนะอะไรก็สามารถปรับรูปตามไปได้หมด เรียกได้ว่าไหลไปเรื่อยกันเลยทีเดียว ภาษาพูด ภาษาอ่าน ภาษาเขียน มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเสมอไปตามกาลเวลา จนบางทีต้นตอที่มาของคำจริงๆ เราแทบจะไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ถ้าไม่ไปศึกษาอย่างถ่องแท้ เหมือนๆ กับเรื่องราวของวัดสว่างเพชร  ที่บ้านหนองปลามัน ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ วัดสว่างเพชร  เดิมชื่อว่า วัดหนองปลามัน ตามประวัติการก่อตั้งวัด ยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ยืนยันชัดเจน ว่าได้มีการก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ ใดสันนิษฐานว่า น่าจะมีการก่อตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2450 โดยมีพระครูบุญปั๋น  เมธาวี เป็นเจ้าอาวาส มาตั้งแต่  พ.ศ.2471 โดยท่านเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยทราย – สะลวง ในสมัยนั้นด้วยและเป็นผู้ตั้งชื่อวัดใหม่ว่า…

  • DSCF6581_tonemapped

    วัดวาลุการาม (ห้วยทราย)

    แม้จะอยู่ไกลออกมาซักหน่อยจากตัวอำเภอแม่ริม แต่ทว่าความน่าสนใจในวัดแห่งนี้ ก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด และนั้นก็ทำให้ผมมีโอกาสแวะมาเยี่ยมที่วัดแห่งนี้ วัดวาลุการาม (ห้วยทราย) ที่ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ วัดแห่งนี้ สร้างเมื่อ พ.ศ.2456 ชาวบ้านเรียกว่าวัดห้วยทราย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ  7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2461 ที่ชื่อเดิมวัดห้วยทรายนั้น  เดิมมีลำห้วยอยู่ทิศใต้ ของวัดไหลลงมาจากภูเขาทางทิศตะวันออก เมื่อถึงคราวหน้าฝนน้ำหลากจะเอาดินโคลนและทราย ไหลลงมาด้วยจนถึงลำน้ำแม่ริม พอน้ำแห้งลงจะมีทรายละเอียดสีขาวงดงามมาก เป็นกองแนวยาวตามลำห้วย  ชาวบ้านจะพากันขนไปเก็บไว้ที่บ้านเพื่อใช้ในการก่อสร้างต่างๆ พอถึงเทศกาลวันสงกรานต์ (ปีใหม่เมือง) ชาวบ้านจะพากันขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์ทราย ซึ่งชาวเหนือถือกันว่าปีหนึ่งๆ ผ่านไปเราได้เหยียบย่ำทราย  ออกจากวัดไปมากมาย เพื่อเป็นการทดแทน และกลัวบาปกรรมที่ติดตามมา…

  • DSCF5858

    วัดท่าหลุก

    บางทีโรงเรียนกับวัดก็มักจะแยกกันไม่ออก สังเกตกันมาหลายที่แล้วในเชียงใหม่ ที่วัดส่วนใหญ่ในสมัยอดีตเคยเป็นแหล่งศึกษาเล่าเรียนของชาวบ้านในชุมชนในเชิงวิชาการ แถมพ่วงด้วยการศึกษาทางธรรมะ ร่องรอยที่บ่งบอกให้เห็นถึงเรื่องดังกล่าว คือการพึ่งพาอาศัยกันของสองสถาบันสำคัญในชุมชน โรงเรียนขอใช้พื้นที่วัด วัดขอใช้พื้นที่โรงเรียน เรียกได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันสัมพันธ์มาโดยตลอด  (บางแห่งแม้ไม่ได้อยู่ในกรณีนี้ แต่ก็มีให้เห็นเค้าลาง อย่างการตั้งวัดกับโรงเรียนอยู่ใกล้ๆ กัน) กรณีวัดท่าหลุก กับ โรงเรียนบ้านท่าหลุกสันทราย คือ หนึ่งตัวอย่างที่กำลังจะอ้างถึง เท้าความกันตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก่อนโรงเรียนบ้านท่าหลุกสันทราย เดิมชื่อ “โรงเรียนวัดท่าหลุก” ก่อตั้งเมื่อ วันที่  4 มิถุนายน พ.ศ. 2481 ตั้งอยู่ในวัดท่าหลุก หมู่ที่ 7 บ้านท่าหลุก ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยอาศัยศาลาบาตรของวัดเป็นที่เรียนหนังสือ…

  • DSCF6553_tonemapped_tonemapped

    วัดตำหนักธรรมนิมิตร

    บางทีมาเที่ยววัดก็ได้รู้อะไรที่มันมากกว่าเรื่องราวของวัด โดยมีเรื่องความเป็นมาของคนในท้องถิ่นนั้น ว่าแต่ก่อนในอดีตมีวิถีชีวิตความเป็นมายังไง ดังเช่นเรื่องราวของวัดตำหนักธรรมนิมิตร ที่จะร่ายให้อ่านกันในตอนนี้ วัดตำหนักธรรมนิมิตร เดิมมีชื่อหลายชื่อ เช่น วัดสันขวางดอนปิน, วัดทุ่งตำหนัก, วัดบ้านอ้อย, สร้างเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2453 โดยที่ตั้งวัดนี้เดิมนั้นเป็นไร่ปลูกข้าวเก่าของนายหนานกันธา มีชาวบ้านที่ร่วมกันบำรุงอุปถัมภ์และทำบุญในครั้งแรกจำนวน 38 หลังคาเรือน โดยอพยพมาจากบ้านอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านอ้อย เดิมชื่อบ้านน้อย ผู้สร้างอพยพมาประมาณปี พ.ศ.2413 ในการอพยพมาจากบ้านอุโมงค์นั้นมีพ่อเจ้าหนานมหาวงศ์ แม่เจ้าอุษา กาวิละ เป็นหัวหน้านำมาเพื่อเป็นการหาที่อยู่อาศัยและประกอบสัมมาชีพเลยขึ้นมาตามลำน้ำแม่ริมจนมาเจอภูมิประเทศที่พอใจจึงลงหลักปักฐานสร้างเป็นหมู่บ้านเล็กๆใส่ชื่อว่า บ้านหน้อย (หมายถึงบ้านเล็ก ๆ มีไม่กี่หลังคา) โดยทำการปลูกข้าวและพืชผลทางการเกษตรและถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็นำลงแพไปขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างอื่น…

  • DSCF6592_tonemapped

    วัดชลประทาน (หัวฝาย)

    อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจ ในระดับที่ต้องหยุดเหลียวมอง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ในยุคขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดชลประทาน เดิมชื่อวัดดอนชัย ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งมาก่อน  ต่อมาพระอาจารย์ทองคำไม่ทราบฉายาได้ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันบูรณะปฎิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่  โดยได้สร้างวิหารมุงด้วยดินเผา (ดินขอ) ขึ้นหนึ่งหลังและสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นหนึ่งหลัง อยู่ได้สามสิบปีก็ไม่สามารถอยู่ได้เนื่องจากสมัยนั้นผีดุมาก ขนาดใช้เครื่องปั้นดินเผาเขียนเป็นอักขระล้านนาขว้างลงมา  ชาวบ้านจึงเห็นว่าพระจะอยู่ไม่ได้จึงมานอนเป็นเพื่อนพระแล้วก็พากันกล่าวท้าทายผี  ผีก็เขียนอักขระขว้างลงมาอีก  จนชาวบ้านทนอยู่ไม่ได้จึงมีมติให้ย้ายวัดจากเนินเขาสูงลงมาตั้งบริเวณที่ต่ำขณะนี้  เนื่องจากวัดมีน้ำเหมืองไหลผ่านบริเวณกลางวัดมีน้ำท่าสะดวกสบาย  ต่อมาท่านเจ้าคุณอุดมวุฒิคุณซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอแม่ริมในสมัยนั้น  จึงมีมติร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอแม่ริมให้ตั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดชลประทาน แปลว่า วัดที่มีคลองลัดผ่านกลางวัด  ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน วัดชลประทาน มีความเกี่ยวข้องกันกับองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องจากครั้งเมื่อองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ยกทัพไปยังประเทศพม่านั้น เมื่อผ่านมาถึงบริเวณดอยสามเส้าา เห็นเป็นชัยภูมิอันเหมาะสม จึงให้จัดตั้งเป็นค่ายพักแรมทัพ ณ ที่นี้ โดยกำหนดให้ดอยลูกที่สูงกว่าลูกอื่นซึ่งอยู่ตรงหน้าด่านทางเดิน เป็นที่สำหรับเฝ้าเวร…

  • DSCF6390

    วัดอินทราราม

    แม้จะลำบากซักเพียงใด สุดท้ายผมก็พาตัวเองผ่าฝนมายังวัดอินทรารามจนได้สำเร็จ ฮ่าๆๆ และการผ่าฝนมาครั้งนี้ก็คุ้มค่าพอสมควร เนื่องจากวัดแห่งนี้มีความสวยงาม แถมยังมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ด้วย วัดอินทราราม เดิมชื่อว่าวัดขี้เหล็กหลวง แต่ตามตำนานเรียกวัดขี้เหล็กร่มหลวง เป็นวัดในชุมชนไทเขินที่อพยพมาจากเชียงตุง  วัดนี้เดิมตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงตะวันตก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณที่ตั้งวัดปัจจุบัน  มีระยะห่างจากที่ตั้งวัดปัจจุบันประมาณ 500 เมตร ซึ่งวัดเดิมถูกน้ำเซาะตลิ่งพังจึงได้ย้ายมาตั้งอยู่ ณ ที่นี้ วัดนี้แต่เดิมสร้างโดยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงค์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 (พ.ศ. 2399-2413) ต่อมาในปี พ.ศ. 2440  พระเจ้าอินทรวิชยานนท์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7  ทรงสร้างวิหารที่มีเครื่องประกอบอาคารโดยใช้ไม้สัก  เสาไม้สักขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 60  เซนติเมตร สูง 10  เมตร  ลงรักปิดทองด้วยลวดลายไทยล้านนาวิจิตรงดงาม…

  • DSCF5973

    วัดโสภณาราม

    ยังคงวนเวียนและตามเก็บเรื่องราววัดต่างๆ ที่สำคัญใน อ.แม่ริมมาฝากกันอย่างต่อเนื่องนะครับ โดยครั้งนี้ ผมจะพาไปรู้จักกันกับ วัดโสภณาราม วัดโสภณาราม ตั้งอยู่ในตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมมีชื่อว่า “ วัดป่าตึง ” เพราะรอบบริเวณวัดที่ตั้งอยู่ปัจจุบันนี้ มีต้นไม้ตึง (ไม้เต็ง,ไม้รัง) ขึ้นอยู่หนาแน่นมาก พอภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ไม้ตึงเหล่านั้นก็ถูกตัดลง เพื่อนำไปใช้เป็นหมอนรางรถไฟ และฟืนรถไฟจนเกือบจะไม่มีเหลือให้เห็น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2438 ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งทราบชื่อว่า นันตา “ ครูบานันตา ” (ไม่ทราบฉายา) ได้จาริกเดินทางมาปักกลดอยู่ทางทิศเหนือของวัด (ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของกองพันสัตว์ต่าง)…

  • DSCF6307

    วัดสันโป่ง

    ประวัติความเป็นมาของวัดตามหมู่บ้านเล็กๆ ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกันกับประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนั้นด้วย เนื่องจากสองอย่างนี้เป็นของคู่กัน ในการเริ่มก่อตั้งถิ่นฐานบ้านเกิดของคนในตั้งแต่สมัยอดีต ดังตัวอย่างเหมือนวัดสันโป่ง บ้านสันโป่ง ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานในตำนานที่จารึกไว้ในหลักฐานคัมภีร์ ชื่อว่า “กัมมวาจาจารย์” ฉบับใบลาน เหตุที่ได้ชื่อว่า “บ้านสันโป่ง”  เนื่องจากที่ดินเป็นป่าพงไพร เป็นสันดอนและเป็นดินโป่ง (ดินหอม) ซึ่งวัวควายและสัตว์ต่างๆ ชอบพากันไปแทะกินอยู่ทางทิศเหนือของวัดสันโป่ง โดยบ้านสันโป่งและวัดนั้น ได้สร้างขึ้นประมาณ ปีพุทธศักราช   2225 ในประวัติของกรมศาสนา  ผู้ก่อตั้งบ้านชื่อ “ปู่เล็ง และปู่แผน”  พร้อมด้วยคณะ 5 คน เป็นชาวบ้านป่าซางเฮือง  (ป่าซางงามในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน มาแสวงหาที่ดินเป็นที่ราบลุ่มจะตั้งบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยและการเพาะปลูก…

  • DSCF5881

    วัดสันทรายต้นกอก

    จริงๆ แล้ว ผมตั้งใจจะมาเที่ยวกาดสันทรายต้นกอก ในตอนเช้า แต่ด้วยการจะลากสังขารขึ้นมาจากเตียงนอนหลังร่ำสุรามาในคืนวันศุกร์ในระดับเดนตาย งานนี้ก็เลยมีการบ่ายเบี่ยงขอมาเป็นตอนบ่ายๆ แทน โดยที่ยังไม่ได้มีการเช็คข้อมูลอย่างละเอียดว่า แท้จริงแล้ว กาดสันทรายต้นกอก มีกันในตอนเช้าไปจนถึงกี่โมงกี่ยามกันแน่ หลังลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายๆ เข้ามาเช็ครายละเอียดกันอีกดอก ก็ทราบความว่ามีหลายเว็บบอกถึงข้อมูลว่าตลาดมีลาดยาวไปจนถึงสามทุ่ม ซึ่งเป็นอันว่าหายห่วงในระดับนึงที่ตัวเองไม่น่าจะพลาดมาเก็บภาพ เพราะถ้าพลาด ก็คือต้องรอไปอีกหนึ่งสัปดาห์ (เพราะสัปดาห์หนึ่งมีจัดกันทุกวันเสาร์เท่านั้น) พลันจับรถบึ่งมาได้ ไอ้ที่วาดหวังเอาไว้ก็เป็นอันว่าล่มสลายเนื่องจาก กาดสันทรายต้นกอก ปิดครับพี่น้อง ที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ มีแค่ความว่างเปล่าให้ผมได้สัมผัส พอมาตลาดแล้วไม่ได้เที่ยว งานนี้เลยต้องมีแวะเลี้ยวเปลี่ยนแผนใหม่ ซึ่งแผนสำรองที่ถูกงัดขึ้นมาใช้คือการแวะมาเที่ยววัดสันทรายต้นกอก ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาด วัดสันทรายต้นกอก เดิมชื่อ วัดสลีปิงชัยแก้วกว้าง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัดสันทรายต้นกอก เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านสันทรายต้นกอกนั้น ตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ…

  • DSCF6001

    วัดสว่างบรรเทิง

    การมาเที่ยววัดที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แถวอยู่ในต่างอำเภอ นอกจากการหยิบเทคโนโลยีมาใช้ในการนำทางเพื่อไปถึงจุดหมายแล้ว ทักษะการสังเกตก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่พึงต้องมี ที่ต้องบอกกันแบบนี้ เนื่องจากหลายๆ ที่ที่ผมไป บางทีไอ้แผนที่นำทางจากในโทรศัพท์ ก็ไม่ได้เป๊ะอย่างที่เราหวัง  เพราะมีใครบางคนไปปักหมุดแผนที่ในกูเกิ้ลผิด ถามว่าปักผิดกันในระดับไหน ก็ต้องบอกว่าผิดแบบอยู่คนละซอย แถมอยู่คนละฝั่งของถนน  ชนิดคนอย่างผมตอนหาวัดเจอได้แต่อุทานออกมาว่า “งามไส้มั้ยล่ะพ่อคุณทูนหัว” คือถ้าไม่สังเกตดีๆ หรือถามทางชาวบ้าน มีหวังงานนี้ กว่าจะหากันเจอคงเสียเวลาไปมากกันพอสมควร ที่สำคัญ ไอ้ผมมันก็เป็นคนซีเรียสกับการใช้เวลาให้คุ้มค่าซะด้วย หลังหลงทางหน่อยๆ กว่าจะหากันเจอ สุดท้ายผมก็พาตัวเองมายังวัดสว่างบรรเทิงได้สำเร็จ ใน อ.แม่ริม จากประวัติความเป็นมา เดิมประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านแม่สาน้อย มีจำนวนน้อยและนับถือพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีวัดประจำหมู่บ้าน เมื่อถึงเทศกาลทำบุญและพิธีกรรมต่าง ๆ ก็พากันไปร่วมกับวัดอื่นที่ตนศรัทธา พอถึงช่วงฤดูฝนกลางพรรษาการเดินทางไปวัดต่าง ๆ…

  • DSCF6159

    วัดรัตนาราม

    ผมอาจจะเป็นมนุษย์ที่มีความขัดแย้งในตัวเองพอสมควรในการใช้ชีวิต ที่ต้องเอ่ยแบบนั้น เพราะหลังๆ มารู้สึกตัวเองมีชีวิตแบบนั้น อย่างกลางวันมาเที่ยววัด หาถ่ายรูป ตกกลางคืนย่ำราตรี มีปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง นี่ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟัง เขาคงพากันหัวเราะ พร้อมๆ กับแปลกใจในวิถีชีวิต กลางวันไปวัด เปรียบดังโลกสีขาว กลางคืนไปปาร์ตี้ เปรียบดังโลกสีดำ จะว่าไปแล้วชีวิตผมนิมันสีเทากันจริงๆ อาจจะรวมถึงชีวิตคนอื่นๆ ด้วย ที่มีดีและเลวปนกันไป อนึ่ง ตรรกะการมองคนเพียงผิวเผินด้วยปัจจัยภายนอกเพียงนิดเดียว ถือเป็นเรื่องไม่น่าสมควร อย่างผมมาวัด ยันร้อยที่ก็ใช่ว่าผมจะเป็นคนดี เช่นกันถ้าผมไปปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ก็จะใช่ว่าผมเป็นคนเลว เขาบอกว่าดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมนำพาไป ที่สำคัญไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปสนใจคนอื่นว่าจะมองเราดีเลวขนาดไหน ขอเพียงแค่ว่าเรารู้ว่าเราเป็นใคร ยังไง เท่านั้นเป็นพอ มาที่วงจรชีวิตอันปัจจุบันของผม… ขับรถบึ่งจากตัวเมืองหลังจากเที่ยวเก็บภาพวัดใน…

  • DSCF6012

    วัดแม่สาหลวง

    วัดแม่สาหลวง จัดเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสวยงามในแบบฉบับเมืองล้านนา ที่น่าสนใจสุดๆ แห่งหนึ่งใน อ.แม่ริม เนื่องจากสถาปัตยกรรมหลายๆ อย่างในวัดแห่งนี้ เต็มไปด้วยความสวยงามและความประณีตอันทรงคุณค่า จากตัวเมืองเชียงใหม่มาไม่ไกลนักทาง อ. แม่ริม วัดแม่สาหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สาหลวง ต. แม่สา อ. แม่ริม จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2374 แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า “วัดดอยน้อย” หรือ “วัดสมเด็จดอยน้อย” ต่อมาย้ายวัดไปอยู่บริเวณสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน มีชื่อใหม่ว่า “วัดแม่สาป่าเหมือด” หลังจากนั้นจึงย้ายที่ตั้งอีกครั้ง มาอยู่ที่บ้านแม่สาหลวง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแม่สาหลวง” จนถึงปัจจุบัน สำหรับสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดแม่สาหลวง ก็มีหลายอย่างด้วยกัน…

  • DSCF6071

    วัดแม่ริม

    การจะสังเกตว่าวัดไหนเป็นวัดประจำอำเภอนั้น เอาง่ายครับๆ ไม่ต้องคิดซับซ้อน ให้เราดูจากชื่อวัดแห่งนั้นบวกกับชื่ออำเภอดังกล่าว อย่างผมมาเที่ยว อ.แม่ริม วัดประจำอำเภอ ก็จะต้องเป็นวัดแม่ริม ส่วนที่มาที่ไปอันบ่งบอกว่าทำไมวัดแห่งนี้ได้เป็นวัดประจำอำเภอดังกล่าว เชิญไล่เรียงลงไปอ่านตามบรรทัดด้านล่างได้เลยครับ จากประวัติความเป็นมาบอกว่า เมื่อประมาณปี  พ.ศ. 2444  มีชาวไทยใหญ่และชาวต่องสู่กลุ่มหนึ่ง เข้ามาค้าขายในเขตอำเภอแม่ริม ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านข่วงเปา หมู่ 1 ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีศรัทธาที่จะสร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นที่ทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามประเพณีแบบพม่า จึงได้ร่วมใจกันจับจองแผ้วถางสถานที่ราบแห่งนี้  เดิมทีมีไม้เต็ง ไม้รัง ขึ้นอยู่ชาวบ้านเรียกสถานนี้ว่า “ข่วงเปา” และสร้างเป็นวัดเพื่อเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ต่อมาภายหลัง พวกต่องสู่ได้แยกไปสร้างวัดอีกวัดหนึ่งทางทิศใต้ห่างจากที่เดิมประมาณ 500 เมตร  จึงเรียกวัดที่สร้างก่อนนั้นว่า …

  • DSCF5949

    วัดปิยาราม

    การมาเที่ยวเก็บภาพวัดในช่วงหน้าฝนได้พบสัจธรรมอย่างนึงในชีวิต ว่ามนุษย์เราควรทำตัวปรับตามสภาพแวดล้อมเพื่อความอยู่รอด หรือการดำรงอยู่ บางอย่างในธรรมชาติ เราควบคุมมันไม่ได้ แต่เราก็สามารถปรับตัวได้อย่างไม่เคอะเขิน จะพูดไปก็คงต้องทำตัวให้คล้ายกิ้งก่า หรือจิ้งจกเข้าไว้ก็คงเป็นการดี เหมือนอย่างฝนตก ตอนมาเที่ยววัด ถ้าไม่อยากเปลี่ยนฝน ก็ต้องกางร่ม /ใส่เสื้อกันฝน /อยู่ในร่ม ทางเลือกมันมีเท่านั้น หรือว่ามีใครสามารถบังคับให้ฝนหยุดตกได้? กระนั้นเมื่อทราบถึงสัจธรรมแห่งธรรมชาติในข้อนี้ การใช้ชีวิตก็ไม่เห็นต้องมีอะไรยุ่งยาก ส่วนไอ้เรื่องจะลำบากหรือไม่นั้น ต้องดูอย่างอื่นควบคู่กันไป ผมบึ่งรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ท่ามกลางฝนโรยปรายลงมานิดๆ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ วัดปิยาราม อันตั้งอยู่เลขที่ 104 บ้านป่าแงะ ถนนโชตนา หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเนื้อที่ของวัดไม่ใหญ่มากราวๆ 14 ไร่…

  • DSCF6095_tonemapped

    วัดป่าดาราภิรมย์

    ใครมีโอกาสมาเที่ยว อ.แม่ริม ถ้าพลาดมาเที่ยววัดป่าดาราภิรมย์ ถือว่าเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัยในฐานะนักท่องเที่ยว เนื่องจากวัดแห่งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างมากมายให้ได้เยี่ยมชม จากพิกัดที่ตั้ง วัดป่าดาราภิรมย์ อยู่ที่ ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่ริม และค่ายดารารัศมี โดยนามของวัดนี้ถูกตั้งขึ้นตามพระนามของ “พระราชชายา เจ้าดารารัศมี” ว่าด้วยเรื่องประวัติความเป็นมา เริ่มจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตได้ออกจาริกธุดงค์มาทางภาคเหนือและได้พำนัก ณ ป่าช้าร้างติดกับสวนเจ้าสบาย พระตำหนักดาราภิรมย์ของ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นสถานที่สงบ เป็นสปายะในการบำเพ็ญกรรมฐาน และมีพระสงฆ์ได้เข้ามาบำเพ็ญกรรมฐาน ณ ที่แห่งนี้ เมื่อชาวบ้านในละแวกเห็นแล้วได้เกิดศรัทธาจึงได้ร่วมกันสร้างเสนาสนะต่างๆ ถวายเพื่อให้คณะสงฆ์ได้ใช้ในกิจการสงฆ์ ต่อมาในปี พ.ศ.…

  • DSCF6280

    วัดพระธาตุจอมแตง

    วัดเล็กๆ แต่บางทีก็มีเรื่องเล่าที่ไม่เล็กให้ได้ศึกษาเรียนรู้กัน อย่างวัดพระธาตุจอมแตง ใน อ.แม่ริม ที่ผมมีโอกาสมาเที่ยวและเก็บภาพมาฝาก อย่างที่เกริ่นไปบรรทัดแรก ว่าด้วยเรื่องเล่าที่ไม่เล็ก เพราะหลังจากการศึกษาและมาเที่ยว พบว่าวัดแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจอยู่พอสมควร ตามหนังสือแม่ริมระบือ บันลือแม่สา และหนังสือที่มีหลวงปู่พระครูสุภัทรคุณ (หลวงปู่คำปัน  สุภัทโท) อดีตเจ้าคณะตำบลสันโป่ง ได้แต่งไว้เมื่อปี พ.ศ. 2490 ได้กล่าวไว้ว่า จากการได้สืบประวัติและการเล่าสืบๆ ต่อกันมาว่า วัดแห่งนี้ได้มีประวัติเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล กล่าวคือ ตามตำนานเล่าขานกันมาเกี่ยวกับวัดพระธาตุจอมแตง ไว้ว่า ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ได้มีพุทธดำริว่า เราตถาคตจะประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงถาวรจนถึง 5,000 วัสสา โดยถือเอาดินแดนปัจจันตประเทศแห่งดินแดนสุวรรณภูมิต่อไปภายหน้าจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงถาวร พระพุทธองค์จะต้องเสด็จไปยังดินแดนดังกล่าว เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ครั้งนั้นพระพุทธเจ้าพร้อมเหล่าสาวกติดตามพระองค์เข้าสู่นิคมน้อยใหญ่ตามลำดับ…

  • DSCF6361

    วัดพระธาตุเปิงฟ้าป่าอ้อย

    หลังเสร็จสิ้นบทสนทนาระหว่างผมกับหลวงพ่อที่วัดสันโป่งใน อ.แม่ริม ก่อนลาผมจึงถือโอกาสไถ่ถามเส้นทางมายังวัดพระธาตุเปิงฟ้าป่าอ้อย ว่าอยู่ตรงไหนยังไง เนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นสถานีต่อไปสำหรับผม หลวงพ่ออธิบายราวๆ 3 นาทีด้วยกัน กอปรผมเปิดแผนที่ในกูเกิ้ลช่วยเสริม ก็เป็นอันว่างานนี้มาไม่หลงทางแน่ หรือถ้าจะหลงทางก็ถามชาวบ้านแถวนั้นเอา เจาะลึกลงไปเป็นข้อมูลทางการวัดพระธาตุเปิงฟ้าป่าอ้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านต้นขามกับบ้านซางอยู่บนฝั่ง ตะวันตกของแม่น้ำปิง ประวัติความเป็นมาไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดีท้องถิ่น และผู้สูง อายุบางท่านต่างลงความเห็นว่า วัดพระธาตุเปิงฟ้าป่าอ้อยนี้ น่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า 700 ปี และคาดว่าสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังรายตอนปลาย และถูกทอดทิ้งไว้เป็นวัดร้างช่วงที่ล้านนาตกอยู่ภายการปกครองของพม่า และกลับมาฟื้นฟูคืนสภาพอีกครั้งหนึ่ง หลังสิ้นสุดยุคพม่าปกครองเมือง โดยพระยากาวิละได้ขึ้นไปกวาดต้อนและชักชวนชาวไตใหญ่ ไตลื้อ และไตเขิน จากทางเหนือ…

  • DSCF5938

    วัดพระนอน (ขอนม่วง)

    ในเชียงใหม่ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยไปเที่ยววัดพระนอนด้วยกันมาแล้วสองที่ ซึ่งสองที่ที่ว่านั้น อยู่ที่ อ.สารภี คือ วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ และวัดพระนอนหนองผึ้ง อัตราความประทับใจอยู่ในระดับถือว่าเยี่ยมพอสมควร ล่าสุดชีพจรลงเท้า มีโอกาสขึ้นมาทางเหนือของเชียงใหม่บ้าง ครานี้ผมพามารู้จักกันกับวัดพระนอน (ขอนม่วง) เป็นวัดเก่าแก่สำคัญแห่งหนึ่งของนครเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระนอน (ขอนม่วง) ไม่ปรากฏว่าสร้างขึ้นเมื่อใด มีเพียงตำนานกล่าวถึงการซ่อมแซมในพุทธศตวรรษที่ 24 เมื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานประเภทเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อกลางพุทธศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันวัดพระนอน (ขอนม่วง) ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากร โดยประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาตอนที่ 3 ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2497…

  • DSCF6334

    วัดศรีชลธาร

    หน้าฝนจะว่าไปแล้ว เป็นฤดูที่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นักในการมาเที่ยว เนื่องจากมันชื้นเฉอะแฉะ ซึ่งบรรยากาศฝนพรำแบบนี้มันเหมาะกับการนอนแคะสะดือเล่นที่บ้านกว่าเป็นไหนๆ กรณีสำหรับขาลุย ไม่รักสบาย อย่าได้เอาข้ออ้างเรื่องฤดูกาลไปพูดถึง เพราะปัจจัยเหล่านี้ไม่มีผล และสะทกสะท้านกับตัวเขา ซึ่งจะว่าไปผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แดดออก ฝนพรำ หิมะตก ถ้าสองขายังก้าวต่อไปได้ ผมก็ไปมันทุกที่ที่อยากจะไปโดยไม่แยแส เหมือนๆ กับที่บ่ายวันนึงฝ่าฝนมายังวัดศรีชลธาร ใน อ.แม่ริม วัดศรีชลธาร เดิมชื่อว่าวัด “ห้วยน้ำริน” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านห้วยน้ำริน เลขที่ 114 หมู่ที่ 3 ถนนโชตนา เชียงใหม่– ฝาง ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ประวัติความเป็นมาตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้านห้วยน้ำริน ได้เล่าสืบต่อกันมาว่า…

  • DSCF6031

    วัดสมเด็จดอยน้อย

    เรียกได้ว่าตัวเองบุกป่ามากันทีเดียว สำหรับวัดสมเด็จดอยน้อย ใน อ.แม่ริม จะว่าไปจะเรียกว่าบุกป่ามาซะทีเดียวก็ไม่ใช่ เพราะจากพิกัดที่ตั้งของวัดสมเด็จดอยน้อยนั้น หาใช่ว่าตั้งอยู่บนดอยแต่อย่างใด แต่วางตัวอยู่บนเนินเล็กๆ ที่สำคัญเส้นทางก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมายในการเดินทางมาถึง อ้าว แล้วไอ้ที่เกริ่นตั้งแต่ตอนต้นเรื่องล่ะ? เออ ผมก็จั่วหัวให้มันตื่นเต้นไปแบบนั้นแหละครับ พอดีอยากให้คนอ่านสงสารบ้าง เพราะต้องผ่าฝนจนเปียกเป็นหมาน้อยตกน้ำกว่าจะมาถึงที่นี้ ไม่อยากลีลาเยอะ เข้าเรื่องกันเถอะครับ วัดสมเด็จดอยน้อย เดิมเป็นวัดร้างโบราณที่เหลือแต่ซากปรักหักพังเก่าแก่ อยู่ในป่าอันศักดิ์สิทธิ์ของตำบลแม่สา มานานนับร้อยปี  ตั้งอยู่บนเนินเล็กๆ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วัดดอยน้อย” และเมื่อเดือนธันวาคม  พ.ศ. 2530 ได้มีพระธุดงค์จำนวน 830 รูป จากศูนย์ธุดงค์วัตรเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย ได้มาพักปักกลดและเล็งเห็นว่าสถานที่นี้สงบ และเหมาะที่จะบูรณะยกขึ้นเป็นวัดจึงได้เข้าไปกราบเรียน  สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภเถร)…

  • DSCF6043

    วัดทรายมูล

    เนื่องจากไปมากันหลายวัดหลายที่ ก็เริ่มชักจะมีสับสนกันซักหน่อยกับเรื่องราวของชื่อวัดในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างชื่อวัดทรายมูล ถ้าผมจำไม่ผิด รู้สึกจะมีซ้ำกันอยู่ 2 -3 ที่ ด้วยกันทั้งในเวียง และอำเภออื่นๆ แต่ในความซ้ำและยังพอมีความจำอยู่หน่อยๆ โชคดีที่ผมไม่ได้เอาไปปะปนกันจนเลอะเทอะ และไม่รู้เลยว่าวัดทรายมูลที่ตัวเองถ่ายรูปมานั้น มันตกลงอยู่ที่ไหนกันแน่ พูดพร่ำทำเพลงกันพอสมควร มาเข้าเรื่องกัน ครานี้ผมพาไปทำความรู้จักกับวัดทรายมูล ที่ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านทรายมูล ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานพอสมควร วัดทรายมูล (เดิมชื่อ วัดแม่ริมหลวง, วัดแม่ริมหลวงกองมอม) ตามประวัติศาสตร์ความเป็นมาของวัด สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2043 โดยพระรัตนราชกษัตริย์ หรือพระเจ้าเมืองแก้ว เจ้าผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่องค์ที่…

  • DSCF5979

    วัดดาราภิมุข (บ่อปุ๊)

    ถ้าใครพอจะรู้เรื่องราวของเจ้าดารารัศมี  ดูจากชื่อวัดแห่งนี้ก็พอจะทราบว่ามีอะไรเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เหตุที่ต้องเอ่ยเช่นนั้น เนื่องจาก วัดดาราภิมุข (บ่อปุ๊) ถูกสร้างขึ้นจากดำริของเจ้าดารารัศมี พระวรชายาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เพื่อเป็นการตอบแทนกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อแม่นม  ซึ่งแม่นมตามปรากฏเล่าขานสืบต่อกันมาคือ  นางเต็ม (แม่นางกัลยารักษ์) ไม่ทราบนามสกุล โดยมีบ้านอยู่ในเขตบ้านบ่อปุ๊ หมู่ที่ 1 ในปัจจุบัน  (จากคำบอกเล่าของ พ่อหลวงบุญสม ณ เชียงใหม่ อดีตกำนันผู้ใหญ่บ้าน  สายสกุล ณ เชียงใหม่) ในส่วนชองชื่อวัดดาราภิมุข จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วัดบ่อปุ๊” ที่มีชื่อเรียกอย่างนี้  เพราะเรียกตามชื่อหมู่บ้าน เพราะภายในหมู่บ้านห่างจากวัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่  มีความกว้างประมาณ…

  • DSCF6229

    วัดเจดีย์สถาน

    ผมชอบถนนเส้นหลักของจังหวัดเชียงใหม่ เวลาเราจะเดินทางไปยังอำเภออื่นๆ ตรงที่ระหว่างทางนั้นจะมีวัดสวยๆ และมีเรื่องราวน่าสนใจให้ได้แวะเที่ยวกันตลอด อย่าง 1 อำเภอก็มีวัดที่น่าเที่ยวอย่างต่ำๆ ก็ประมาณ 10 วัดด้วยกัน บางคนอาจจะบอกว่าเยอะเกินไปหรือไม่ อันนี้ถ้าคนที่เคยมาเที่ยวเชียงใหม่ คงจะพอเข้าใจในระดับนึงว่าจังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่มีวัดเยอะมากๆ แต่กลับกันสำหรับคนที่ไม่เคยมา แน่นอน มันก็ถือว่าเยอะพอสมควร ฉะนั้น & ฉะนี้จะเยอะหรือมากน้อยเพียงใด ถ้าใจรักเที่ยวในสายธรรมะ ผมว่าเรื่องนี้ไม่มีผลหรอก เชื่อผมซิ ณ ตอนนี้ผมยังคงสาละวนกับการเที่ยววัดในอำเภอแม่ริม ซึ่งวัดที่กำลังจะเอ่ยถึงนั้น มีเรื่องราวความสำคัญของเหรียญ ท้าวเวสสุวรรณ วัดเจดีย์สถาน มาเกี่ยวข้อง ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เหรียญท้าวเวสสุวรรณ วัดเจดีย์สถาน สร้างตั้งแต่ปี 2519 และปลุกเสกจนถึงปี…

  • DSCF6258

    วัดกุมภประดิษฐ์

    หนึ่งในวัดสวยและน่าสนใจที่อยากจะแนะนำกันหามีโอกาสขับรถผ่าน อ.แม่ริม บนถนนเส้นเชียงใหม่ – ฝาง วัดกุมภประดิษฐ์ (หรืออีกชื่อ วัดบ้านหม้อ) คือวัดที่กำลังเอ่ยถึง ที่ตั้งอยู่บ้านหม้อ หมู่ที่ 6 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2425 ประวัติความเป็นมาวัดจากคำบอกเล่า พ่อหนานฟู ลานทอง เล่าว่าคนเฒ่าสมัยก่อน เล่าว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้ในวัด เดิมทีเกิดจากตอไม้มะเกวียน ที่ผุพังแล้วเจริญงอกงามขึ้น เมื่อต้นโพธิ์โตขึ้นก็มีคนเอาดินกี่ (อิฐ) มาก่อล้อมรอบไว้ แล้วเขียนป้ายว่า วัดสะหรีก่อเก๊าบ้านหม้อ ซึ่งถือว่าเป็นชื่อดั่งเดิมของวัดบ้านหม้อ แต่พอเวลาผ่านไปชื่อวัดก็เรียกกันสั้นลงว่า วัดบ้านหม้อ และเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้ในการทำบุญและอุปถัมภ์มาโดยตลอด จากนั้นพอกาลเวลาผ่านไปตามความเจริญของบ้านเมือง…

  • DSCF4571

    วัดอุโบสถ

    การนอกเรื่องและนอกแผน ถือเป็นความถนัดของผมอย่างนึงเวลาไปเที่ยวคนเดียว กล่าวคือ ในระหว่างการเดินทาง บางทีมันเจออะไรที่น่าดึงดูดใจที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมเราแต่แรก ซึ่งพอในสถานการณ์จริงเราไปเจอเข้า มันก็ชวนให้เราฉีกกรอบออกจากแผนเพื่อไปสัมผัสมัน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมฉีกแผนมายัง “วัดอุโบสถ” วัดอุโบสถ ตั้งอยู่เลขที่ 67 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ภายในเนื้อที่ 5 ไร่ อันประกอบด้วยศาสนวัตถุหลายอย่างในวัด ไล่ไปตั้งแต่ อุโบสถ ศาลาบําเพ็ญกุศล พระเจดีย์ วิหารพระเจ้าทันใจ และวิหารหลังใหม่ ซึงสร้างขึ้นบนที่เดิมของ วิหารหลังเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม ตามประวัติบอกว่า วัดอุโบสถ สร้างขึ้นเมือ พ.ศ. 2135…

  • DSCF4525

    วัดสหัสสคุณ

    บางทีการมาเที่ยววัดก็ไม่จำเป็นจะต้องมาชมสถาปัตยกรรมด้านความงามของวัดเพียงอย่างเดียว เพราะอย่างอื่นๆ ในวัดเราก็สามารถเรียนรู้ได้ เหมือนๆ กับที่ผมทำเมื่อครั้งมาเยือนวัดสหัสสคุณ ใน ต. หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ วัดสหัสสคุณ หรืออีกชื่อคือ วัดพันเท่า เริ่มก่อสร้างเมื่อพุทธศักราช 2425 ตามคำบอกเล่าจากชาวบ้านในหมู่บ้านแต่เดิมมีชื่อเรียกว่าขี้เต่า (ขี้เถ้า) จึงใช้เรียกเป็นชื่อวัด ก่อนจะทำการร่วมกันสร้างวัดขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะสมตามกาลสมัย จึงได้ตั้งวัดว่าวัดสหัสคุณจนถึงทุกวันนี้ อย่างที่ได้จั่วหัวไป บางครั้งมาวัดเราก็ไม่จำเป็นต้องมาชมความงามในตัวของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งครั้งนี้ ผมจะพาแว่บมาเรียนรู้ในเรื่องของเทศน์มหาชาติ ที่เป็นภาพวาดตรงผนังภายในวัด เริ่มกันที่ กัณฑ์ที่ 1 ทศพร เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่พระนางผุสดี  ว่ากันว่าอานิสงส์ของกัณฑ์นี้ ผู้ใดบูชาผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้สามีเป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ บุรุษจะได้ภรรยาเป็นที่ต้องประสงค์อีกเช่นเดียวกัน จะได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่ายมีรูปกายงดงาม…

  • DSCF1786

    วัดน้ำตกแม่กลาง

    ไม่เคยนึกมาก่อนในหัวหรอกครับว่า การมาตะลุยเที่ยวดอยอินทนนท์ ตัวเองจะได้มีโอกาสแวะมาเที่ยววัดด้วย เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากครับ เนื่องจากระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยด้วยสองล้อคู่ใจผม สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่มันออกแนวธรรมชาติทั้งสิ้น หลักๆ ก็น้ำตกเลยล่ะ ส่วนอื่นๆ ก็เน้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สถานีเกษตร อะไรก็ว่ากันไปตามเรื่องตามราว อย่างที่จั่วหัวไปนั่นแหละว่าไม่ได้คิดไว้ ซึ่งไอ้ที่ไม่ได้คิดไว้ พอได้มาออกเดินทางจริง เจอสถานที่อื่นๆ ที่อยู่นอกแผน บางทีก็มีอยากแวะไปลองดูบ้าง และทุกครั้งที่คิด ผมมักจะใจอ่อนอยู่เสมอ มีประโยคนึงที่ผมชอบเอามาใช้ก็คือ “ถ้าไม่ไปวันนี้ บางทีอาจจะไม่ได้มาอีก หรือนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต” ก็นั่นแหละครับ พอคิดได้แบบนั้น ผมก็แวะมันเลย ฮ่าๆๆ หลังเสร็จสิ้นภารกิจไปเก็บภาพที่น้ำตกแม่กลางมา ท่ามกลางชาวบ้าน ที่พากันแห่ไปเล่นน้ำดับร้อน ก่อนมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายอื่นๆ ที่ไปยังสู่ยอดดอย ไอ้ผมก็มาใจอ่อนแวะวัดน้ำตกแม่กลาง เพราะด้วยความสวยงามอันโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมในวัดแห่งนี้…

  • DSCF4554

    วัดตองกาย

    ก่อนเข้าเรื่องวัด ขอเข้าเรื่องการเพี้ยนชื่อ และเปลี่ยนแปลงแบบตลกๆ ขำๆ เอามาเล่าให้ฟัง เป็นธรรมดาตามกาลเวลาที่ทุกอย่างมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่เว้นแม้กระทั่งชื่อของคน เรื่องโจ๊กๆ ที่จะว่านี้คือชื่อของคนชนบทเมื่อคราวที่ต้องโยกตูดตัวเองไปยังเมืองกรุง อยู่บ้านแต่ก่อนนางชื่อบุญเย็น พอเข้าไปเจอแสงสีเสียง เลยเปลี่ยนเป็นน้องเยลลี่ บุญเย็น >>> เยลลี่ อืมมม…ไปกันได้ (มุก 5 บาท 10 บาท เล่นๆ ไป) จากเรื่องน้องเยลลี่มายังเรื่องวัดตองกาย ที่จะโยงมาถึงนั้นเป็นเรื่องของชื่อวัดตองกายเมื่อก่อนมีชื่อเดิมว่า วัดโต้งล้อมเนื่องจากบริเวณรอบๆ วัดในสมัยก่อนนั้นเป็น ไร่นาของชาวบ้าน ล้อมรอบวัดอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า วัดโต้งล้อม จากนั้นจึงเพี้ยนมาเป็นวัดตองกาย เนื่องจากมีต้นไม้สักมาพาดบริเวณหน้าวัด ในภาษาเหนือ คำว่าพาด ก็จะเรียกกันว่า…

  • DSCF4546

    วัดหนองควาย

    เคยรู้สึกนึกอยากทราบที่มาของชื่อตำบล หรือหมู่บ้านตัวเองมั้ยครับ ว่ามันมีที่มากันแบบไหนอย่างไร เรื่องนี้คิดเอาเองแต่เด็กว่า ถ้าถาม-ตอบแบบคนทั่วไป คงไม่มีใครใคร่อยากรู้หรอก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่างผมสมัยมัธยมต้น โดนอาจารย์วิชาสังคมศึกษาไล่ให้ไปหาประวัติหมู่บ้านตัวเองมา นาทีนั้นผมนึกในใจว่านี่เราต้องไปขุดมากจากที่ไหน หรือไปถามใคร ยิ่งสมัยนั้นเทคโนโลยีเรื่องอินเตอร์เน็ตยังไม่ก้าวไกลมาก ไอ้ครั้นจะให้ไปค้นหาผ่านเว็บไซต์ ก็ยังกระไรๆ อยู่ หรือถ้าไปค้น ก็คงไม่มีข้อมูลให้เห็น แต่โชคดี ที่ยังมีเพื่อนช่วยไว้ เมื่อมันพาผมไปถามเอากับผู้ใหญ่บ้าน สรุป งานนั้นเลยพากันรอดตัวอย่างหวุดหวิด แถมยังได้รู้จักที่มา และชื่อของหมู่บ้านตัวเอง หลังจากสะเออะเกริ่นเรื่องตัวเองมาพอสมควร จริงๆ แล้วผมก็จะพาวกมาเข้าเรื่องที่จะเล่าของวัดหนองควาย เนื่องจากมันมีความเกี่ยวโยงกันกับชื่อของตำบล เรื่องมีอยู่ว่า (จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน) ในอดีตมีควายตัวหนึ่ง ลักษณะตัวเป็นสีทอง ชาวบ้านเรียกว่า “ควายคำ” หรือ…

  • DSCF4768

    วัดสุวรรณประดิษฐ์

    ในขณะที่ผมกำลังรีบขับรถหนีพายุฝนในช่วงเย็น เพื่อมาเที่ยวเก็บภาพวัดในอำเภอหางดง ผมเลือกตัดสินใจยกเลิกภารกิจอื่นๆ ที่ไม่สำคัญออกเพื่อเก็บภาพวัดให้เสร็จกันตามเป้าหมาย โดยมีวัดสุวรรณประดิษฐ์ เป็นตัวเลือกสุดท้ายในการจัดการงานให้เสร็จสิ้น วัดสุวรรณประดิษฐ์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า วัดช่างคำน้อย ตั้งอยู่ หมู่ 1 ตำบลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ว่ามีวัดอยู่วัดหนึ่ง เรียกกันว่า วัดช่างคำ (ซึ่งแต่เดิมนั้นมิได้แยกออกมา) มีพระจำพรรษาอยู่มาก และมีพระอยู่ 2 รูป ซึ่งพระ 2 รูปนี้บังเอิญชื่อเหมือนกัน คือ พระปัญญา ซึ่งพระรูปหนึ่งนั้นเป็นเจ้าอาวาสและอีกรูปหนึ่งเป็นพระใหญ่ในวัด (หรือเรียกกันว่า รองเจ้าอาวาส) แต่คนทั่วไปนิยมเรียกพระทั้ง 2 รูปนี้ ดังนี้…

  • DSCF4714

    วัดสันคะยอม

    คนเราตามนิสัยก็มักจะโทษอย่างอื่นก่อนโทษตัวเองเสมอ เวลามีอะไรผิดพาดเกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งผมก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น อย่างขับรถมาเที่ยวแถวหางดง สันป่าตอง พอเปิดดูโทรศัพท์มือถือเช็คแผนที่ ปรากฏว่าทำไมตัวเองยังไม่ถึงจุดหมายกันซักที เช็คอีกที ดูอีกรอบปรากฏว่า ตายห่าล่ะ ผมเลยมาตั้งไกล ส่วนพิกัดที่ตัวเองกำลังฝังหนอกอยู่นี้ คือ อ.สันป่าตอง ณ วัดสันคะยอม ถอนหายใจไป 2 รอบเบาๆ กับความสะเพร่าตัวเอง สุดท้ายแผนสำรองเลยเกิดขึ้น เมื่อถือโอกาสเที่ยววัดสันคะยอมกันตรงนั้นเลย วัดสันคะยอม จะมีระยะทางที่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ลงไปทางอำเภอหางดงประมาณ 24 กิโลเมตร ซึ่งถ้าเราใช้เวลาเดินทางตามปกติจากใจกลางเมืองเชียงใหม่ก็ประมาณ 30 นาที จากคำบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้านทราบว่า วัดสันคะยอมสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2335 หลังการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ 10 ปี…

  • DSCF4505

    วัดวุฑฒิราษฏร์

    เส้นทางจากสี่แยกหนองควายมา เพื่อมุ่งหน้าไปยังสะเมิง เส้นทางนี้ค่อนข้างที่จะเต็มไปด้วยความร่มรื่นของป่าไม้ที่เราสัมผัสได้ ซึ่งนอกจากความพิสมัยของวิวสองข้างทางแล้ว แถวนี้ก็มียังมีวัดหลายแห่งให้ได้เลือกมาเที่ยวชม รวมทั้งทำบุญกันอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในวัดที่ผมจะขอเสนอนั้น คือ วัดวุฑฒิราษฏร์ วัดวุฑฒิราษฏร์ เริ่มแรกก่อนที่จะเป็นนั้น เป็นภูเขาขวาง และเป็นเนินลงไป แล้วบริเวณวัดนี้เป็นที่ลุ่ม และได้ทำการปรับปรุง โดยนำชาวบ้านมาถากถางบริเวณที่จะสร้างวัด แล้วสร้างสาสนะสถานขึ้น เดิมชื่อวัดบ้านฟ่อนสันขวาง โดยวัดได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 เดือน พ.ศ. 2494 สถานที่ที่น่าสนใจภายในวัดวุฑฒิราษฏร์ มีวิหาร โบสถ์ เจดีย์ และของเก่า ซึ่งก็มักมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาถ่ายรูปของโบราณ เจดีย์ และศาลาเก่าๆ…

  • DSCF4727

    วัดประสาทธรรม

    วัดสวยๆ และน่าสนใจในอำเภอหางดง เชียงใหม่มีกันเยอะนะครับ ชนิดที่ว่าเราขับรถไปตามถนนสายเชียงใหม่ – ฮอด ตามรายทาง มันมีวัดให้ชมอยู่ประมาณ ราวๆ 10 กว่าที่ ชนิดที่ใครเป็นคอธรรมะน่าจะถูกใจกันไม่น้อย คราวนี้ผมพามาที่ วัดประสาทธรรม (แม่ขัก) ที่ถูกสร้างเมื่อพ.ศ. 2309 ตามโบราณเล่าสืบกันมาหลายชั่วคน เดิมชื่อ วัดศรีดอนตอง (สะหรีดอนตอง) ตั้งอยู่บนฝั่งน้ำเหมืองจ๋อมตอง ซึ่งเป็นลำธารเล็กๆ เท่านั้น อยู่ทิศใต้ของวัดประสาทธรรม (แม่ขัก) ปัจจุบันต่อมาในปี พ.ศ. ใดไม่ทราบเพราะไม่มีใครบันทึกไว้ ได้มีน้ำป่าไหลบ่า(น้ำนอง) พัดมาแรงมากทำให้แม่น้ำหลายสายเปลี่ยนทิศทางเดินเพราะน้ำได้เซาะตลิ่งพังทลายไปหลายแห่ง ตลอดจนถึงน้ำแม่ท่าช้างอันเป็นต้นน้ำของน้ำเหมืองจ๋อมตองได้เซาะตลิ่งลงมาเรื่อยๆ คำโบราณเรียกว่า (น้ำควาก หรือน้ำขวั๋ก)…

  • DSCF4698

    วัดทุ่งอ้อ

    ผมตามมาเที่ยววัดทุ่งอ้อ ในอำเภอหางดง เพราะป้ายบอกข้างทาง ที่บ่งชี้ว่าวัดแห่งนี้มี พระวิหารอายุ 700 ปี คิดคำนวณในใจตอนนั้น วัดแห่งนี้ต้องมีอะไรพิเศษ และผมก็คิดไม่ผิด เมื่อเดินทางมาถึงวัด วัดทุ่งอ้อ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดทุ่งอ้อหลวง เป็นวัดโบราณที่มีอายุเก่าแก่ และยังไม่ทราบการสร้างที่แน่นอน เท่าที่มีการบันทึกว่ามีคณะสงฆ์เข้ามาปกครองคือเมื่อปี พ.ศ. 2350 แต่สันนิษฐานจากรูปแบบโครงสร้างของวิหาร วัดนี้น่าจะมีอายุประมาณ 600-700 ปี สิ่งที่ปรากฏชัด (และผมอยากชม) วิหารเก่า ที่หน้าวิหารจะมี หางวรรณ (หรือเรียกกันอีกอย่างว่าตัวเหงา) ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะโบราณยุคเดียวกับเมืองเชียงใหม่ พบได้ในสมัยเวียงกุมกาม เวียงท่ากาน เวียงมโน วัดทุ่งอ้อ เป็นศูนย์กลางร่วมสมัยในยุคของเวียงมโน…

  • DSCF4739

    วัดทรายมูล

    เคยมีความเชื่อผิดๆ ว่า อ.แม่ริม มีระยะทางใกล้กว่า อ.หางดง (วัดเอาจากความรู้สึก) เมื่อเราต้องขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป แต่ทีนี้พอหันมาเช็คขอมูลจริงๆ ปรากฏว่า เฮ้ย ที่จริง อ.หางดง มันใกล้กว่านี่หว่า ทั้งข้อมูลจากตัวเลขและเวลาขับรถไปยังที่นั้น สรุปที่ผ่านมา ที่ผมไม่ค่อยอยากไป อ.หางดง เพราะตัวเองมโนเอาเอง ว่ามันไกล ทั้งๆ ที่มันใกล้นิดเดียว ถนนเส้นเชียงใหม่ – ฮอด ไปยังหางดง รายทางเส้นนี้มีวัดให้เที่ยวกันไปเรื่อยๆ อย่างเยอะครับ ทั้งสองข้างทาง ซึ่งใครเป็นประเภทพวกอยากเที่ยวทุกอย่างมันยันดะในสายธรรมะ (ซึ่งก็คงจะมีแต่คนแก่) คนยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งที่เอาไว้ตากพริกแห้งในยามเดือนเมษาแดดร้อนๆ หลังตะบี้ตะบันขับรถฝ่าวงสิบล้อและรถพ่วงเข้ามายังตัวอำเภอหางดง ผมก็พาตัวเองมายังจุดนัดพบที่วัดทรายมูล ที่ชื่อดันไปคล้ายหันกับวัดในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดทรายมูล…

  • DSCF4674

    วัดต้นปิน

    ชื่อวัดต่างๆ ที่ถูกตั้งขึ้นนอกจากจะมีความหมายตามที่เรารู้จักกันทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีความหมายโดยนัยสอดแทรกแอบแฝงมาด้วย อย่างวัดต้นปิน หรืออีกชื่อคือ วัดพระจันทร์ (ชื่อเดิม) ก็มีความหมายอันเป็นมงคล อันหมายถึง ความสงบร่มเย็น เอาตามความเข้าใจ ความสงบร่มเย็น ที่เอ่ยมานั้น น่าจะเป็นความสงบร่มเย็นภายในจิตใจ เมื่อได้เข้ามาที่วัดแห่งนี้ เหมือนอย่างที่ผมกำลังสัมผัส วัดต้นปิน แต่เดิมเรียกว่า “วัดพระจันทร์” (เรียกตามชื่อพระพุทธรูปยืน 2 องค์บนฐานชุกชี ในวิหารวัดต้นปินหลังปัจจุบัน) มีประวัติความเป็นมาว่าสมัยก่อนตั้งอยู่บริเวณ “โรงเรียนบ้านดอนปินวิทยาคาร” เรียกว่า “วัดพระจันทร์” จากนั้นต่อมาครูบาเจ้าอุปนันทเถระพร้อมด้วยศรัทธาญาติโยมสมัยนั้นได้ย้ายมาตั้งวัดใหม่ ไว้ ณ ที่ดอนมะตูม (ชาวเหนือเรียกมะตูมว่ามะปิน) อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออก วัดพระจันทร์ประมาณ…

  • DSCF4649

    วัดต้นตาลโตน

    พากันขับรถเข้ามาในซอกหลืบปากทางเข้ากาดวรุณ เพื่อมาทำความรู้จักกันกับ “วัดต้นตาลโตน” วัดต้นตาลโตน สร้างขึ้นมาประมาณ 600-700 ปีมาแล้ว ครานั้น พ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย พ่อขุนเม็งราย แห่งนครเชียงใหม่ พ่อขุนงำเมือง แห่งเมืองพะเยา ได้ช่วยกันสร้างนครเชียงใหม่ขึ้น และพระเมืองแก้วแห่งราชวงศ์เม็งราย ได้เคยมาบูรณะวัดนี้ครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2065 วัดแห่งนี้เคยมีความรุ่งเรืองมาก่อน และมีเนื้อที่บริเวณประมาณ 50-60 ไร่ มีวิหารอยู่ด้านทิศเหนือ มีกุฎิทางทิศตะวันตกของบ่อน้ำ ส่วนสาเหตุที่วัดแห่งนี้ร้างไปนั้น เพราะว่าเมื่อ 200 ปีก่อนได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงได้ย้ายวัดไปอยู่ทางทิศตะวันออก ห่างออกไป 3 ก.ม. ซึ่งก็คือวัดป่าแดดในปัจจุบัน จากนั้นในปี…

  • DSCF4776

    วัดขุนเส

    ตามประสาคนช่างสังเกต ผมเอะใจกับชื่อวัดแห่งนี้ตั้งแต่แรก พร้อมทั้งรูปปั้นหน้าวัดของชายคนหนึ่งถือดาบอยู่ในมือสองข้าง “ขุนเส” เป็นชื่อเสียงเรียงนามเขา ว่าแต่ชายคนนี้เป็นใคร? ทำไมถึงมีความสำคัญกับวัดแห่งนี้ จากข้อมูลที่ค้นได้บอกว่าวัดขุนเส มีอีกชื่อคือ วัดขุนสุธรรมสังการ โดยขุนเส (ขุนสุธรรมสังการ) นั้น เป็นทหารรักษาพระเสตังคมณี ซึ่งเป็นพระประจำพระองค์ของพระจามเทวี นครลำพูน ครานั้น พระจามเทวีเสด็จมาทางนี้ เพื่อที่จะไปชมดอยสุเทพ และเคยมาแวะพักบริเวณบ้านขุนเส ก่อนที่พระนางจามเทวี จะพระนามให้ ขุนสุธรรมสังการ จึงได้นามว่า ขุนเส จากนั้นประมาณ พ.ศ. 2466 พระชายาเจ้าดารารัศมี ได้มาสร้าง วิหาร และกุฏิสงฆ์ถวายให้วัดขุนเส โดยจากลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น วัดก็ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด พ.ศ.…

  • DSCF4677

    วัดกำแพงงาม

    จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายเชียงใหม่ – ฮอด ผมมุ่งหน้ามายัง อ.หางดง เพื่อมาทำความรู้จักกันกับ วัดกำแพงงาม ที่ตั้งอยู่เลขที่ 26 บ้านตลาดหางดง หมู่ที่ 3 ตำบลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ในอาณาเขตราวๆ 5 ไร่ วัดกำแพงงาม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2300 เดิมชื่อวัดสันกำแพงงาม เพราะตั้งอยู่หมู่บ้านสันฟ้างาม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดกำแพงงาม ตามประวัติแจ้งว่าวัดสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2277 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2494…

  • DSCF4380

    วัดแสนหลวง

    วัดหลายแห่งในเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งต่างอำเภอมักถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่เจ้าขุนมูลนายในสมัยก่อนที่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เอาเท่าที่นึกออกในตัวเมืองล่ะกัน อย่างวัดพันอ้น วัดหมื่นเงินกอง วัดพวกนี้ ถูกจัดอยู่ในข่ายที่ว่ามาตั้งแต่ข้างต้น ทีนี้ พอเหลือบมองจากในตัวเมืองมาทางฟากฝั่งของอำเภอสารภีบ้าง ที่นี้ก็จะมีวัดแสนหลวง ที่อยู่บรรจุรวมอยู่ในนั้น วัดแสนหลวง ตามประวัติความเป็นมาจากตำนานเล่าว่า วัดแสนหลวง สร้างด้วยศรัทธา เพื่อเป็นอนุสรณ์ของเจ้านายฝ่ายเหนือท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับราชการในตำแหน่ง “แสนหลวง” ในสมัยพระเจ้ากาวิละ เมื่อปี พ.ศ.2339 เมื่อสร้างเมืองเวียงหวากเสร็จแล้ว พระเจ้าวิละและพญาจ่าบ้าน ซึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีความเห็นชอบตรงกันที่จะสร้างวัดเพื่อเป็นอนุสรณ์ ไว้บำเพ็ญกุศลของท่าน ราชการในสำนักและไพร่ฟ้าประชาชน จึงประชุมเสนาอำมาตย์และชาวเมือง ที่ประชุมให้ความเห็นชอบพร้อมกับแสดงความยินดี “แสนหลวง” ได้รับมอบหน้าที่เป็นสล่า (นายช่าง) ออกแบบสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2338 เดือน…

  • DSCF4353

    วัดสันคือ

    ระหว่างทางมาวัดสันคือ มีเรื่องตลกมาเล่าให้ฟังก่อนเข้าเรื่องตามธรรมเนียม หลังจากที่ตัวผมเองบิดมอเตอร์ไซค์มาในช่วงบ่ายสอง จากสี่แยกตลาดหนองหอย บนถนนเชียงใหม่ – ลำพูน เพื่อมุ่งหน้ามายังวัดสันคือ จังหวะที่ผมกำลังมองหาทางป้ายเข้าวัดนั้น ก็พบว่าตัวเองขับรถเลยมาแล้วร่วมๆ 200 เมตร ตามสันดาน เมื่อมันขับเลยผ่าน เราก็ต้องขับรถวนกลับมาอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะวนกลับ เบื้องหน้าผมดันเห็นตำรวจจราจรท่านนึงกำลังยืนโบกมือเรียกใครซักคนอยู่ ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้นหลังจากมองซ้ายมองขวาแล้ว ก็พบว่าตำรวจจราจรนั้นกำลังเรียกผมนั้นเอง คำถามคือ จะเรียกทำไม และจะตรวจทำไม ในเมื่อผมก็ไม่ได้ผ่านตรงนั้น (ก็ตั้งใจจะเลี้ยวไปวัดตั้งแต่แรก) รวมทั้งผมก็ยังใส่หมวกกันน็อค ขับรถถูกกฎจราจร ยกเว้นเสียแต่ว่า… ใบขับขี่ผมหมดอายุ และทะเบียนไม่ได้ต่อ ฮ่าๆๆ (ความจริงครับ) แต่ถึงกระนั้น แม้จะถูกกฎหมายหมด…

  • DSCF4390

    วัดศรีโพธาราม

    จากการไปเที่ยววัดในอำเภอสารภีหลายๆ ที่ พบว่าหลายวัดอยู่ในช่วงบูรณปฏิสังขรณ์ส่วนที่ชำรุดให้กลับมาดูดียิ่งขึ้น ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องดีที่เราได้ทำนุบำรุงศาสนาให้คงอยู่ไว้ ทั้งในแบบรูปธรรมและนามธรรม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะบำรุงรักษา ก็ต้องดูด้วยว่าอันไหนควรไม่ควร ที่ต้องบอกกันแบบนี้ เพราะมีวัดแห่งนึงในจังหวัดลำพูน ซึ่งหลังจากที่ได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งมาบูรณะก็ทำการจัดการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป รวมทั้งต่อเติมบางส่วนให้มันดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้มันควรจะกลายเป็นเรื่องดีๆ แต่มันกลับไม่ เมื่อหลายสิ่งหลายอย่างถูกศิลปะแบบอื่นยัดลงไป หาใช่ท้องถิ่นแบบเดิม งานนี้จากที่จะโดนชมก็เลยกลายเป็นถูกด่าจนเสียน้องหมาไปกันอีกนาน แถมชาวบ้านก็รับไม่ค่อยจะได้เสียด้วย มากันที่เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องที่ไปแขวะเขา วัดที่ผมจะพามาทำความรู้จักนี้ ชื่อวัดศรีโพธาราม วัดศรีโพธาราม ตามประวัติเล่าขานบอกว่า เดิมชื่อวัดสังก๋า และวัดศรีก่อเก๊า ประมาณปี พ.ศ.2202 ได้มีภิกษุรูปหนึ่งจากวัดที่วัดพญาชมภู ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อว่าพระภิกษุอินจันทร์ ท่านเดินธุดงและได้ปักกลด ณ บริเวณนี้และเกิดนิมิตรเห็นแสงสว่างเจิดจ้าสุกใส…

  • DSCF4370

    วัดเวฬุวัน

    วัดเวฬุวัน จริงๆ แล้วชื่อวัดแบบนี้ในประเทศไทยมีกันหลายที่เลยนะครับ เรียกได้เป็นชื่อวัดที่ค่อนข้างจะซ้ำกันเยอะพอสมควร แต่กระนั้นในเรื่องการซ้ำของชื่อ แต่ละวันก็ยังมีเอกลักษณ์และประวัติความเป็นมาแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับวัดเวฬุวัน ในตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ วัดเวฬุวัน หรือวัดปันเจียง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2451 มีอายุราวๆ 106 ปี เดิมทีมีหลายชื่อด้วยกัน เพราะได้ย้ายไปหลายสถานที่เพื่อให้เหมาะสมแก่การตั้งชื่อวัด ดังที่ส.ท. สิงห์คำ แสงหล้า ได้ฟังคำบอกเล่าจากพ่ออุ้ยน้อยหน้อย แสงหล้า เล่าให้ฟังว่า “…จุดเริ่มต้นของวัดเวฬุวันนั้นเริ่มจากสมัยครูบาสมุห์แก้ว คุณธัมโม สมัยนั้นพ่ออุ้ยน้อยหน้อยได้เคยบวชเป็นสามเณรร่วมกับครูบาสมุห์แก้วที่วัดหัวหนอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในหมู่ 7 ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ย้ายจากวัดหัวหนองมาที่วัดเชียงยืนใต้และวัดปันเจียง…

  • DSCF4461

    วัดพระนอนหนองผึ้ง

    ดูจากพิกัดแล้ว วัดพระนอนหนองผึ้ง แลจะหลุดขอบออกมาจากเวียงกุมกามซักหน่อย แต่ก็ไม่มาก เมื่อตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกถนนเชียงใหม่-ลำพูน (106) ระหว่าง ก.ม. 6 เลยไปซักเล็กน้อย ในเขตท้องที่ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ว่าหลุดออกมานั้น เนื่องจากหลายๆ วัดในเวียงกุมกาม มักจะกระจุกตัวอยู่แถวๆ วัดช้างค้ำ รวมทั้งวัดเจดีย์เหลี่ยม แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อละทิ้งความสนใจจากที่ตั้งแล้วหันกลับไปดูประวัติของวัด จะทราบว่าเป็นวัดในสมัยเวียงกุมกาม-เชียงใหม่ หรืออยู่ในพื้นที่เวียงกุมกามนั่นแหละ วัดพระนอนหนองผึ้ง มีสภาพเป็นวัดที่ตั้งเดิมอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยหริภุญชัย เช่นเดียวกับหลายๆ วัดในเขตเวียงกุมกาม โดยเฉพาะวัดที่พบหลักฐานโบราณวัตถุประเภทพระพิมพ์แบบต่างๆ ภายในเขตบริเวณวัดนี้ ได้รับการดูแลซ่อมเสริมกันเรื่อยมาดัง เช่น องค์พระบรมธาตุเจดีย์ และอาคารประกอบแวดล้อมอื่นๆ อันเป็นผลงานการซ่อมสร้างเมื่อไม่นานมานี้…

  • DSCF4409

    วัดพระนอนป่าเก็ดถี่

    น้อยคนนัก (หมายถึงคนต่างถิ่น) ที่จะรู้จักวัดพระนอนป่าเก็ดถี่ และบางทีอาจจะรวมถึงคนในพื้นที่บางคนด้วย อ้าว! เหตุที่ต้องบอกแบบนั้น ใช่ว่าพิกัดที่ตั้งมันจะอยู่ในซอกหลืบกันมาก เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครมาสนใจจะมาเที่ยวเท่าไหร่ ซึ่งไอ้ครั้นถ้าจะมีก็คงเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ (นานๆ จะหลุดมาที) รวมทั้งคนเฒ่าคนแก่ มาทำบุญ วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ ตั้งอยู่บ้านป่าเก็ดถี่ หมู่ที่ 4 ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ตามประวัติความเป็นมากล่าวไว้ว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์โลกนั้น พระองค์เสด็จมาโปรดยักษ์ซึ่งกำลังไล่จับลูกสาวนายแสนแซว่ คือ นางอุทุม กิน พระพุทธเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนจนยักษ์เกิดความเลื่อมใสจึงทำให้ลูกสาวนายแสนแซ่วปลอดภัย ดังนั้นลูกสาวเศรษฐีจึงนำบิดาของนาง คือนายแสนแซ่วไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพระองค์ประทานเส้นเกศาให้ ต่อมานายแสนแซว่และลูกสาวได้สร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขึ้นโดยนำเอาพระเกศาของพระพุทธเจ้าประดิษฐานไว้ในพระเศียรของพระพุทธรูป ซึ่งต่อมาบริเวณที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าวกลายเป็นวัดขึ้น เรียกว่า วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ (ประมาณว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ.2098) ตามที่ระบุในทะเบียนวัดของจังหวัด…

  • DSCF4363

    วัดกู่เสือ

    หลังจากจอดมอเตอร์ไซค์ได้ไม่ทันไร ระหว่างกำลังไถๆ เปิดดูข้อมูลในโทรศัพท์ ทันใดนั้นก็มีชายสองคน อายุราว 40 ปีรุดหน้ามาหาผม ทำนองขอคุยด้วยหน่อย ผมถอดหูฟังออกจากหู พร้อมถามซ้ำว่ามีอะไรหรือครับ ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาใกล้ผมกว่าเพื่อนอีกคนยืนยันว่าตัวเองเป็นตำรวจสืบสวน และต้องการที่จะขอดูบัตรประชาชนผมพร้อมกับสอบถามผมว่ามาทำอะไรที่วัดกู่เสือ ไอ้ผมก็งงๆ ซิครับ อยู่ดีๆ เดินทะเลอทะล่ามาขอดูบัตรแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมยังแต่งตัวโคตรแสนจะธรรมดาไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป ไร้ซึ่งมาดของนายตำรวจ ที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ผมว่านักแสดงที่เล่นเป็นตำรวจในหนังยังมีบุคลิกที่คล้ายคลึงกว่านี้เยอะ แต่ก็นั้นแหละ แม้จะสงสัยในรูปพรรณสัณฐาน บวกกับตัวผมเองไม่อยากมีเรื่อง เลยยินยอมควักบัตรให้ดูพร้อมกับตอบทุกคำถามที่เขาอยากรู้ มาทำอะไรที่นี้? เพิ่งเคยมาเหรอ? ทำงานอะไร? เป็นคนที่ไหน? ฯลฯ ตอบทุกคำถามเสร็จไม่มีอะไร ชายสองคนก็เดินหนีไปหาที่จอดรถยนต์ของตัวเอง แล้วก็เดินเล่นอยู่ในวัด คำถาม! ผมงง คือตรวจอะไร…

  • DSCF4435

    วัดป่างิ้ว (ครูบาทันใจ)

    นับนิ้วไล่เรียงหลายๆ วัดในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ วัดที่ดูจะโดดเด่นกว่าใครในสายตาผม คงหนีไม่พ้นวัดป่างิ้ว “ครูบาทันใจ” ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ มีระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานแม่น้ำปิง ที่เรียกว่า สะพานป่าแดด-ท่าวังตาล ตำบลท่าวังตาล อย่างที่จั่วหัวแต่ต้น และอยากจะขอขยายความเพิ่ม โดดเด่นในความเห็นของผมในที่นี้ คือมีอะไรให้ดูหลายอย่างในวัด แถมไม่เชยและซ้ำกับใคร ตามประวัติและความเป็นมาของ วัดป่างิ้ว “ครูบาทันใจ” สร้างขึ้นเมื่อวันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2435 เดิมมีชื่อว่าวัด”ศรีบุญเรือง”โดยพระครูญาณรังสี (ครูบาปินตา) อดีตเจ้าคณะแขวงสารภี (อำเภอสารภี) เจ้าอาวาสวัดไชยนางเหลียว (วัดไชยมงคลป่ากล้วยชื่อในปัจจุบัน) สังฆราชาที่ 7…

  • DSCF9225

    วัดบ้านท่อ

    บางทีวิถีชีวิตในชุมชนของชาวบ้าน สถานที่สำคัญบางแห่งอย่าง เช่น วัด กับ ตลาด ก็แทบจะแยกจากกันไม่ออกเลย กล่าวคือมันถูกกลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อหลายชีวิตต่างดำเนินชีวิตเกี่ยวข้องกันทั้งสองสถานที่ และบางทีอาจรวมถึงบ้านเรือนแถวนั้น อย่างวัดบ้านท่อ กับตลาดชุมชนบ้านท่อ ในตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แรกแต่เดิมที ผมแค่จะแวะเข้ามาในวัดเพื่อเที่ยวชมศาสนสถานต่างๆ แต่เนื่องจากตรงข้ามกับวัดมีตลาดวางตัวอยู่ แถมตอนเย็นก็มีชาวบ้านมาจับจ่ายใช้สอยกันเยอะ นั้นจึงให้ผมเลือกที่จะแวะเข้าไปตลาด ก่อนจะตบท้ายด้วยการเข้าไปในวัดทีหลัง ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างจ้าล่ะหวั่นเลือกซื้อของกินกับบ้านอย่างสนุกมือ ไหนจะอาหารสำเร็จรูปจากฝีมือแม่ค้า ไหนจะของสด เนื้อสัตว์ ผักผลไม้นานาชนิด ให้เลือกหยิบซื้อเอาไปประกอบอาหารกินกันที่บ้านในมื้อเย็น หลุดออกมาจากด้านในตลาด ด้านหน้ายังมีร้านอาหารรถเข็น รวมทั้งแผงลอย วางเรียงรายหน้าวัด ในทำนองขออาศัยพื้นที่ทำมาหากิน ในช่วงเย็นเพื่อไปจุนเจือครอบครัว และนั้นเลยทำให้ผม…

  • DSCF4455

    วัดบวกครกเหนือ

    ออกมาแว่บเที่ยววัดตระเวนรอบนอกกันบ้าง หลังจากขลุกตัวอยู่แต่ในเมืองราวกับกบจำศีล มาคราวนี้ ไมได้อออกมาไกลมากหรอกครับ เอาที่ใกล้ๆ ก่อนแหละ ทำนองเน้นสะดวกสบายไปมาง่าย ซึ่งผมก็เริ่มมันจากอำเภอสารภี วัดที่ว่านี้ก็คือ วัดบวกครกเหนือ ที่ตั้งอยู่บ้านบวกครกเหนือ หมู่ที่ 8 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จากประวัติความเป็นมาไม่ได้มีหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน เพียงแต่บรรพบุรุษผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบกันมาว่า วัดบวกครกเหนือนั้นชื่อเดิมว่าวัดหมื่นตูม หมายถึงเป็นสถานที่ตั้งของป่าช้า ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดในปัจจุบันซึ่งเป็นสถานทำการฌาปนกิจศพของคนในสมัยนั้น แต่ชื่อไม่เหมาะสมและไม่เป็นมงคล กาลต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบวกครกเหนือ” โดยตั้งชื่อในความหมายของคำว่าบวกครกนั้น มีหลักฐานปรากฏว่า ทางทิศใต้ห่างจากวัดประมาณ 500 เมตร มีบวกหรือแอ่งน้ำโบราณ ซึ่งในสมัยก่อนชาวบ้านใช้ครกมองตำข้าวกัน และเมื่อครกไม้ชำรุด ชาวบ้านก็นำครกไปทิ้งที่หนองน้ำนั้น จึงชุมชนนั้นว่าบวกครก กาลต่อมา ชุมชนขยายตัวเติมใหญ่ขึ้น…

  • DSCF4404

    วัดต้นเหียว

    วัดต้นเหียว อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจใน ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ที่วางตัวอยู่ตามรายทางถนนต้นยาง เชียงใหม่ – ลำพูน ไม่ต่างจากวัดอื่นในอำเภอสารภี วัดต้นเหียว สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2385 ตั้งชื่อวัดโดยใช้ชื่อต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หน้าบริเวณวัด ซึ่งก็คือ “ต้นไม้เหียว” ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ราวๆ 7 ไร่ ภายในวัดต้นเกียวปรากฏหลักฐานทางโบราณวัตถุสำคัญ คือหอพระไตรปิฏก หอธรรม อันเป็นที่เก็บคัมภีร์ธรรมใบลาน หนังสือประวัติคำสอนและพระไตรปิฎก ซึ่งสันนิษฐานว่าหอพระไตรปิฏกหลังนี้สร้างขี้นพร้อมกับวัดต้นเหียว นอกจากนี้ทางวัดต้นเหียวยังเก็บหลักฐานทางโบราณวัตถุอย่างอื่น ได้แก่ ของเก่าของวิหารหลังเก่า เช่น หน้าจั่ว กลองหลวง นาคกระตัน อย่างหน้าจั่ว เป็นของโบราณที่ได้รื้อถอนจากวิหารหลังเก่า ปัจจุบันเก็บไว้ที่ศาลา…

  • DSCF3337

    ข่วงสิงห์

    ในเมืองเชียงใหม่ เราจะเห็นได้ว่ามีหลายสถานที่ด้วยกัน ที่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ชนรุ่นหลังควรศึกษา สะพานนวรัฐ กาดหลวง ช่วงประตูท่าแพ เวียงกุมกาม เวียงเจ็ดลิน เหล่านี้หลายคนคงพอจะนึกออก แต่ถ้าเป็น “ข่วงสิงห์” อันนี้น่าจะมีเครื่องหมายคำถามในหัวว่ามีความเป็นมาและมีความสำคัญกันยังไง “ข่วงสิงห์”  หรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า “คุ้มสิงห์” เป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าขับรถจากสี่แยกข่วงสิงห์ มุ่งหน้าเดินทางไปตามถนนเชียงใหม่แม่ริม (ถนนโชตนา) ประมาณ 150 เมตรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนโชตนา ซอย 1 (ข้างโรงเรียนวัดข่วงสิงห์) ไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะเจอกับโบราณสถาน “ข่วงสิงห์” ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติไว้…

  • DSCF3346

    “วัดเชียงมั่น” วัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่

    ขึ้นชื่อว่าเป็นแห่งแรกแล้ว ทุกอย่างย่อมได้รับความสนใจอยู่เสมอ เช่นกันกับวัดในเชียงใหม่ แม้จะมีหลายแห่งที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอย่าง วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดเกตุการาม วัดพระธาตุศรีจอมทอง แต่ทั้งหมดที่ว่านั้น ต้องถอยหลบฉากหากพูดถึงกันว่าวัดไหนสร้างก่อนเพื่อน วัดเชียงมั่น คือวัดที่กำลังจะกล่าวถึง… วัดนี้เป็นวัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ ครานั้นพญามังรายปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ล้านนา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1839 ในบริเวณที่เรียกว่า เวียงเหล็ก ซึ่งเป็นบริเวณเดิมของพระราชวังของพระองค์ เมื่อครั้งสร้างเมืองเชียงใหม่ โดยมีพญางำเมือง พญาร่วง (พ่อขุนรามคำแหง) พระสหาย เสด็จมาร่วมดำเนินการสร้าง ครั้นสร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จ พระองค์ได้พระราชทานเวียงเหล็กแห่งนี้เพื่อสร้างเป็นวัดเชียงมั่น โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ช้างล้อม บริเวณพื้นที่หอประทับของพระองค์ โดยสิ่งสำคัญภายในวัดเชียงมั่น มีหลายสิ่งด้วยกันดังต่อไปนี้…

  • DSCF2201

    “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” กับความงามของวิหารลายคำ และพระพุทธสิหิงส์คู่เมืองล้านนา

    เคยได้ยินแว่วๆ มาจากคนทางไกล ที่เพิ่งรู้จักกันไม่ทันไร บอกกับชาวบ้านคนอื่นไว้ว่าถ้ามาเที่ยวเชียงใหม่ อย่าลืมมาเที่ยววัดพระสิงห์ ในมุมของคนที่ไม่เคยมา ย่อมเกิดคำถามขึ้นในหัวว่า วัดพระสิงห์มีอะไรน่าสนใจ และทำไมต้องเป็นวัดนี้ เมื่อมีคำถาม กระบวนการหาคำตอบก็เริ่มขึ้น ทั้งจากฝั่งของคนที่ยังไม่เคยมาและคนที่อาจะเคยมาแล้ว แต่ยังไม่รู้จักอย่างถี่ถ้วน ฉะนั้นจังหวะนี้ ขออนุญาตทำตัวเป็นไกด์ชั้นดี? พาไปทำความรู้จักกับวัดที่ชื่อว่า “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1888 ในรัชสมัย พญาผายู กษัตริย์ราชวงศ์มังราย โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา พร้อมทั้งนิมนต์พระมหาอภัยจุฬาเถรเจ้า เมืองหริภุญชัย มาเป็นพระสังฆราชเมืองเชียงใหม่ โดยจำพรรษาอยู่ ณ วัดแห่งนี้…

  • DSCF2337

    “วัดพันเตา” กับพระวิหารหอคำหลวงที่สวยที่สุดในเชียงใหม่

    ทุกครั้งเวลาที่ผมไปเดินเล่นที่วัดเจดีย์หลวง หรือพาเพื่อนๆ มาเที่ยว หนึ่งเรื่องที่ทำเป็นประจำและไม่ค่อยลืม คือการเลยเถิดเดินไปเที่ยวที่วัดพันเตาด้วยเป็นควบคู่ ด้วยพิกัดของวัดที่อยู่ใกล้กัน ฉะนั้นแล้วการทำตัวเฉยชาไม่สนใจไยดี ทั้งๆ ที่มีอะไรหลายอย่างให้ได้เยี่ยมชม คงเป็นความผิดในระดับปล้นธนาคารเอาเงินล้านไปใช้ฟรีๆ วัดพันเตาเดิมเป็นพื้นที่ในเขตวัดเจดีย์หลวง โดยเป็นเขตสังฆาวาส รวมทั้งเป็นพื้นที่ตั้งเตาหลอม ในการหล่อพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในวัดเจดีย์หลวงแต่โบราณ ต่อมาภายหลังได้สร้างเป็นวัดพันเตา โดยอยู่ในยุคใกล้เคียงกับวัดเจดีย์หลวง ซึ่งในรัชสมัย พระเจ้าอินทวิชยานนท์ (องค์ที่ 7) ปี พ.ศ. 2418 ได้มีพระราชศรัทธาในการสร้างพระวิหารโดยการรื้อหอคำ (ที่ประทับ) ของพระเจ้ามโหตรประเทศ (องค์ที่ 5) ซึ่งเป็นเรือนไม้สักทั้งหลัง ถวายให้แก่วัดพันเตา เพื่อเป็นพระวิหารหอคำหลวง และแน่นอน ไฮไลต์สำคัญของวัดพันเตา ที่นักท่องเที่ยวชื่นชมเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น พระวิหารหอคำหลวง…

  • DSCF1824

    วัดพุทธนิคมจอมทอง (วัดด้าง)

    วัดพุทธนิคมจอมทอง (วัดด้าง) อีกหนึ่งวัดสำคัญทั้งในทางพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอจอมทอง ที่น่าสนใจในระดับเดียวกันกับ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมองข้าม ทั้งๆ ที่ภายในวัดแห่งนี้มีเรื่องที่น่าสนใจ ให้เราได้เข้าไปทำความรู้จัก บนถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของวัด ที่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 58 กิโลเมตร ด้วยกัน คือถ้าคุณขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่เข้าเขตอำเภอจอมทอง จะสังเกตเห็นวัดด้างอยู่ฝั่งขวามืออยู่บนเนินสูงด้านทิศตะวันตกของถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ก่อนถึงวัดพระธาตุศรีจอมทอง ประมาณ 200 เมตร จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าชื่อของ “วัดด้าง”แต่เดิมนั้นเพี้ยนหรือแผลงมาจากคำว่า “ย่าง” ในสมัยอยุธยาที่ขุนแผนยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่และได้นางลาวทองซึ่งเป็นลูกสาวของนายบ้านจอมทองเป็นภรรยา และได้ทำพิธี “ย่าง”กุมารทองที่วัดแห่งนี้ อีกทั้งสมัยก่อนในวิหารหลังเก่าจะมี “น้ำมันพราย”ปรากฏอยู่บนขื่อแปของวิหาร ซึ่งปัจจุบันนี้น้ำมันพรายดังกล่าวไม่มีให้เห็น ส่วนข้อมูลตามตำนานของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร…

  • DSCF0945

    “วัดพระธาตุศรีจอมทอง” พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด

    มานั่งนับนิ้วดู เพิ่งรู้ว่าตัวเองไปเที่ยววัดพระธาตุประจำปีเกิดมาแล้วหลายที่ ซึ่งจากทั้งหมด 12 ปี นักษัตรนี้ ผมฟาดเรียบไปถึง 8 วัดด้วยกัน ส่วนที่ยังเหลืออยู่และยังไม่ได้ไปเยือนก็มีวัดพระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง และวัดพระธาตุพนม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คาดว่าภายใน 2 – 3 ปีนี้ คงไปครบกันทุกที่ แต่ที่คงยากหน่อยคงเป็น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ที่ประเทศพม่า เพราะงานนี้ต้องถ่อไปไกลกันเลยล่ะ ล่าสุดเพิ่งไปเยือนมากับวัดที่ 8 จากทั้งหมด 12 ปี นักษัตร เป็นวัดพระธาตุศรีจอมทอง ในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และเมื่อเอ่ยถึงชื่อวัดนี้ คาดว่าใครที่เคยแวะไปเที่ยวแถวดอยอินทนนท์…

  • DSCF0064

    “วัดเจดีย์หลวง” กับพระธาตุเจดีย์สูงที่สุดในล้านนา

    วัดในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวง ดูท่าจะเป็นวัดที่ผมชอบไปเดินเล่นบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเย็นๆ เพราะนอกจากบรรยากาศจะเงียบสงบแล้ว วิวทิวทัศน์จากท้องฟ้าค่อนข้างที่จะสวย ซึ่งจะบอกว่าช่วงเวลาดังกล่าว เป็นนาทีทองของตากล้องก็คงถูก วัดเจดีย์หลวง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ วัดโชติการาม เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยของ พระเจ้าแสนเมืองมา แห่งราชวงศ์มังราย โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1928 เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแก่ พญากือนา พระราชบิดา แต่ไม่ทันแล้วเสร็จทรงสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระนางติโลกจุฑาราชเทวี พระมเหสีทรงโปรดให้ดำเนินการต่อ จนแล้วเสร็จในรัชสมัยพญาสามฝั่งแกน เมื่อปี พ.ศ. 1944 ต่อมาในพระเจ้าติโลกราช ได้มีการบูรณะพระเจดีย์หลวงให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยโปรดให้หมื่นด้ามพร้าคตเป็นนายช่างใหญ่ดำเนินการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์หลวง เมื่อปี พ.ศ. 1984 และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานเป็นเวลาถึง…

  • DSCF0108

    วัดลังกา

    วัดลังกา หนึ่งในวัดที่ตั้งชื่อตามชาติพันธุ์ของกลุ่มชนในถิ่นนั้น ที่ถูกกวาดต้อน หรืออพยพมาตั้งแต่สมัยอดีต ซึ่งนอกจากวัดลังกา แล้ว ก็จะมีอีก 6 วัดด้วยกันที่ตั้งชื่อในลักษณะนี้ คือ วัดเมืองกาย วัดเมืองมาง วัดเมืองลัง วัดเมืองสาตรน้อย วัดเมืองสาตรหลวง และวัดดาวดึงษ์ แน่นอน เมื่อชื่อวัดตั้งตามชาติพันธุ์ ก็ต้องมีความเกี่ยวโยงกันกลุ่มชนที่กล่าวถึง สำหรับวัดลังกา ถ้าจะเอาตั้งแต่แรกเริ่ม ข้อสันนิษฐานน่าจะเกี่ยวข้องกับชาวลังกา น่าจะมีมาตั้งแต่รัชสมัยพญากือนา ที่     พระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ได้เผยแผ่เข้ามายังเชียงใหม่เป็นครั้งแรก โดยครั้งนั้น พระองค์ทรงสดับกิตติคุณของพระมหาเถระรูปหนึ่ง ชื่อพระอุทุมพรบุปผามหาสวามี เป็นพระลังกา แต่มาจำพรรษาที่เมืองนครพัน (เมาะตะมะ) พญากือนาจึงส่งฑูตไปอาราธนาพระอุทุมพรมาเชียงใหม่ แต่ท่านปฏิเสธว่า…

  • DSCF0281

    วัดฝายหิน

    ชอบอารมณ์เวลาไปเที่ยวไหน แล้วตัวเองชอบไหลไปยังสถานที่อื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือโปรแกรมดังกล่าว จะบอกว่าเป็นสันดานของมนุษย์ผู้ชื่นชอบกับการแหกกฎก็คงถูก และก็คิดว่าหลายๆ คนคงเป็นแบบนั้น เนื่องจากมันเป็นความตื่นเต้นของชีวิต และก็เช่นเคยที่ครั้งนี้ พาตัวเองมายังวัดฝายหิน ที่แต่แรกไม่ได้คิดว่าจะมา… วัดฝายหิน วางตัวบริเวณเชิงดอยสุเทพ ในหมู่บ้านฝายหิน เป็นวัดโบราณ ซึ่งเคยเป็นที่สถิตของพระอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่รูปแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ และปฐมสังฆราชาแห่งล้านนาไทย โดยมีพื้นที่ติดต่อกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านทิศตะวันตก นับแต่โบราณมา (ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช พ.ศ.1985 – 2031) วัดฝายหิน มีฐานะเป็นเพียงอารามสำนักสงฆ์สาขา ของ รตวนมหาวิหาร (วัดป่าแดงหลวง เชียงใหม่) ซึ่งเป็นฝ่ายอรัญญวาสี อยู่ทางทิศใต้ของวัดฝายหินไปประมาณ 1กิโลเมตร รตวนมหาวิหาร ในครั้งนั้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาบาลีและพระไตรปิฎก ของคณะสงฆ์ลัทธิสิงหลใหม่…

  • DSCF0140

    วัดขะจาว

    “วัด” มาเที่ยว “วัด” อีกแล้ว… ประโยคข้างบน เป็นประโยคขี้บ่นจากปากตัวเองและคนรู้จัก ที่ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไรนัก ว่าคนอย่างผมจะชอบไปเที่ยววัดเกือบทุกสัปดาห์ “หน้าตาแบบนี้ ไปวัด!” ก็นั่นแหละครับ หลายๆ คนก็มักจะพูดแบบนั้น ซึ่งไอ้ผมก็เริ่มจะชินมันเสียแล้วแหละ ถามว่ามีเบื่อมั้ย มันก็มีบ้างแหละที่เจออะไรแต่แบบเดิมๆ จะมีบ้างบางแห่งที่ดีหน่อย ถ้ามีสถาปัตยกรรมแปลกๆ ให้ได้สัมผัส อย่างครั้งนี้ก็มาวัดขะจาว แถวฟ้าฮ่าม ในตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ แรกพบสะดุดตาก่อนใครก็คงเป็นซุ้มประตูทางเข้าวัด ที่สวยมาแต่ไกลเชียว บวกกับบรรยากาศของวัดที่ค่อนข้างจะสงบ ทั้งนี้ตรงทิศตะวันตกของวัดจะจรดกับริมฝั่งแม่น้ำปิง ซึ่งถ้าใครอยู่อีกฝั่ง ก็จะสามารถสังเกตเห็นหลังคาพระวิหารวัดได้โดยสะดวก ตามประวัติบอกเอาไว้ว่า วัดขะจาวก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2369  ผู้สร้างไม่ปรากฏอยู่ในหลักฐานแน่ชัด ทราบแต่ว่าเป็นที่ดินของ นายยศบริจาคให้กับวัดขะจาว…

  • DSCF9361

    วัดป่าจี้

    วัดป่าชี หรือวัดป่าจี้ หนึ่งในวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญของตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และฐานะส่วนรวมกับการสืบสานประเพณีท้องถิ่น แต่จะเป็นประเพณีเรื่องอะไรนั้น ไปทำความรู้จักกับวัดคร่าวๆ กันก่อน วัดป่าจี้ ถูกสร้างเมื่อ พ.ศ.2125 ก่อนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2532 มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ยังที่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการบูรณะแล้ว แต่ยังคงสถาปัตยกรรมเดิมอยู่ สถาปัตยกรรมเดิมที่พูดถึงก็คือในเรื่องของลายไทยที่ประดับตามผนังโบสถ์ วิหาร ปละพญานาค สถานที่ต่างๆ ภายในวัดรวมไปถึงศาลาหรือ ระเบียงคต ทั้งนี้อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอไตรวิหาร เจดีย์ และกุฏิสงฆ์ ถ้าให้โฟกัสถึงความสวยงาม และความโดดเด่นแล้ว…

  • DSCF9373

    วัดป่าเปอะ

    เวลาได้อ่านเรื่องราวสมัยอดีต ผมมักจะจินตนาการตามไปด้วยถึงเหตุการณ์ในยุคนั้น ว่ามันจะออกมายังไง จะเรียกว่า “มโนภาพ” เอาก็คงถูก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากคนอ่านจะต้องอาศัยจินตนาการอย่างล้ำลึกแล้ว คนเขียนเรื่องราวต้องมีศิลปะและชั้นเชิงในการเล่าเรื่องพอสมควร เล่าแบบไหนให้ตัวหนังสือมีชีวิต มีตัวตน และอารมณ์ร่วมดีที่สุด นั่นแหละเป็นเป้าหมายปลายทางอันรื่นรมย์ที่คนอ่านอยากจะรับ ล่าสุดมีโอกาสได้มาเที่ยววัดป่าเปอะ ในตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี ซึ่งภายหลังจากทราบข้อมูลประวัติวัดมาอย่างคร่าวๆ แล้ว แน่นอนว่าผมจินตนาการตามไปด้วยกับเรื่องราวที่ได้รับรู้ มูลเหตุเกิดของการตั้งชื่อวัดป่าเปอะนั้น จะบอกว่าแปลกอยู่หน่อยๆ ก็คงใช่ เมื่ออาศัยเรื่องของการเดินทางมาฉลองวัดสมัยก่อนมาตั้งเป็นชื่อ ครานั้นชาวบ้านต้องลำบากในการเดินทางมาวัด เนื่องจากเกิดฝนตกหนักจนถนนลื่นแฉะมีแต่โคลน (ขี้เปอะ) และด้วยเหตุนี้ จึงได้เสนอให้ตั้งชื่อวัดว่า “วัดป่าเปอะ”ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ทั้งนี้คนที่เสนอชื่อก็คือ พระพรหม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างวัด ก่อนต่อมาจะจำพรรษาอยู่ที่นี่ วัดป่าเปอะ ตามประวัติบอกเล่าว่า…

  • DSCF9481

    วัดต้นเกว๋น

    รู้จัก “มะเกว๋น” กันมั้ยครับ? (ให้เวลานึก 1 นาที) ……………………………………………………………. “มะเกว๋น” ไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ลำต้นมีหนามเล็กน้อย ผลของมันตอนดิบจะมีสีเขียว ส่วนเวลาสุกจะเป็นสีแดงม่วง โดยผลสุกของมัน สามารถกินได้ รสชาติจะฝาดๆ มีหวานปนมา ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนเด็กๆ เคยกินไป 2 – 3 ครั้ง ช่วงนั้นเพื่อนมันพากิน รสชาติถือว่าอร่อยดีเลยล่ะ เหตุที่ต้องเกริ่นกันมาแบบนี้ เนื่องจากมันมีเรื่องที่ต้องเกี่ยวโยงกันกับ “วัดต้นเกว๋น” ใน ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เพราะว่าสมัยก่อนรอบๆ วัดมีป่าต้นมะเกว๋นขึ้น ชาวบ้านแถวนี้เลยพากันเรียกวัดแห่งนี้ว่า…

  • DSCF9209

    วัดเมืองลัง

    มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งชื่อวัดในเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้ใครขี้สงสัยหน่อยกับชื่อวัด คงพยักหน้าเห็นด้วย เนื่องจากทุกครั้งที่ชีพจรลงเท้าไปยังวัดต่างๆ ในเชียงใหม่ ชื่อเสียงเรียงนามมักจะแปลกหูแปลกตากันอยู่พอสมควร อย่างที่ทราบกันมาตั้งแต่สมัยอดีต เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีหลายชาติพันธุ์ หลายวัฒนธรรม และประเพณี ฉะนั้นอย่าแปลกใจ ถ้าการตั้งชื่อวัดจะพลอยได้รับอิทธิพลตามไปด้วย จากเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่งจำแนก การตั้งชื่อวัดจะแบ่งออกเป็น 12 หมวดด้วยกัน คือ ตั้งชื่อตามภูมิประเทศ ตั้งชื่อตามต้นไม้ ตั้งชื่อตามสิ่งก่อสร้างโบราณวัตถุและโบราณสถาน ตั้งชื่อตามเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ตั้งชื่อตามผู้ทำนุบำรุงวัด ตั้งชื่อตามสิ่งสำคัญทางพุทธศาสนา ตั้งชื่อตามชาติพันธุ์ของชาวบ้าน ตั้งชื่อตามความหวังสูงสุดในพระพุทธศาสนา ตั้งชื่อตามมงคลนาม ตั้งชื่อตามหมู่ช่างผู้ชำนาญ ตั้งชื่อตามทิศ และตั้งชื่อเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ยกตัวอย่าง เช่น วัดเมืองลัง ที่ถูกตั้งชื่อตามชาติพันธุ์ของกลุ่มชนในถิ่นนั้น ที่ถูกกวาดต้อน หรืออพยพมา…

  • DSCF9171

    วัดป่าแพ่ง

    คนที่เคยมีความเกี่ยวพันกับวัดตั้งแต่ยังเด็ก ผมว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีอย่างนึงนะ ร้อยทั้งร้อยผมว่าทั้งหมดของเด็กๆ ที่ไปเล่นที่วัด ต้องได้ขนมจากพระมากินเป็นประจำ ยิ่งวัดไหนมีโรงเรียนอยู่ภายในพื้นที่วัดด้วยแล้ว ภาระเรื่องไม่มีคนกินขนมที่ได้มาจากญาติโยม แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง แน่นอน คนมาทำบุญ ของกิน ผลไม้ ขนมมันเหลือ ไอ้ครั้นจะเก็บไว้เฉยๆ ก็กระไร พระท่านก็เลยจะใช้วิธีผ่องถ่าย โดยการเอามาแจกเด็กๆ เวลาไปเล่นที่วัด (ผมคนนึงที่ได้ประจำ จนแม่ถามว่า ไปเอาเงินมาจากไหนมาซื้อขนม) ซึ่งพอได้บ่อยๆ เข้า เด็กก็จะคุ้นเคยกับวัด ไม่ต่างกันกับโรงเรียน แถมบางทียังได้รับคำสั่งสอนจากพระภิกษุอีก วัดป่าแพ่ง ก็น่าจะถูกบรรจุเป็นหนึ่งในนั้นที่เด็กๆ ชอบมาเล่น เมื่อวัดแห่งนี้ พื้นที่ภายในบางส่วนเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเทศบาลวัดป่าแพ่ง ณ บ้านป่าแพ่ง (วังสิงห์คำ) ถนนเมืองสมุทร…

  • DSCF9196

    วัดป่าตัน

    ถ้าพูดถึงแถวป่าตันเมื่อไหร่ อย่างแรกที่ผมนึกถึงก่อนใครน่าจะเป็น “ร้านลาบป่าตันดีขม” ร้านลาบแห่งนี้นอกจากรสชาติจะถูกอกถูกใจ ในบรรดาคอลาบทั้งขาประจำและขาจรแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดีน่าจะเป็นป้ายผ้าในร้าน “หมู – ควายไม่มีโรค กลายเป็นลาบอันประเสริฐ” แหม คิดไปได้นะ… วกจากเรื่องร้านลาบมายังเรื่องวัดวาอารามเมนูหลักกันดีกว่า ประเดี๋ยวจะพานั่งเรือออกทะเลไปไกลจนไม่เห็นฝั่ง ตามที่ได้จั่วหัวไว้ตั้งแต่ตอนต้นเกี่ยวกับเรื่องป่าตัน แน่นอน วัดที่ผมจะพามาชมบรรยากาศนั้น ย่อมหนีไม่พ้นในย่านนี้แน่ วัดที่กำลังเอ่ยถึงก็คือ วัดป่าตัน ที่ตั้งอยู่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง บ้านป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมือง เชียงใหม่ วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งของเชียงใหม่ มีโบราณสถาน โบราณวัตถุมากมาย ที่น่าสนใจให้ได้เยี่ยมชม ตามประวัติบอกเล่าว่า วัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2318 เดิมชื่อวัดคอกควาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่17…

  • C360_2013-10-07-12-43-29-031

    วัดศรีดอนชัย

    บางทีเมื่อความเจริญรุกล้ำเข้ามามาก ก็ทำให้เราหลงลืม และละเลยของเก่าทิ้งไป ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตน เอาใกล้ตัวหน่อย คงเป็นเรื่องเครื่องมืออุปโภคในชีวิตประจำวัน อันไหนเก่าผุพังไม่ได้ใช้งาน ก็มักจะถูกเก็บไว้ในที่ของมันเอง หรืออาจจะถูกผ่องถ่ายไปยังที่อื่นๆ ตามความเหมาะสม และวิถีแห่งความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่องเหล่านี้มันเป็นกฎของธรรมชาติที่เราคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ทำนองไม่มีอะไรแน่นอน แต่ที่แน่นอน คือเราต้องนอนแน่ๆ เช่นกัน วันนี้ผมพาตัวเองมายังวัดศรีดอยไชย บนถนนช้างคลาน ในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่อยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ซึ่งเป็นวัดที่วางตัวอยู่ท่ามกลางความเจริญในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวเรื่องที่พัก เนื่องจากย่านดังกล่าวเต็มไปด้วยโรงแรมชื่อดังหลากหลายแห่ง คงนึกภาพกันออกนะครับ ว่าวัดที่เก่าแก่ต้องตั้งอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องอันทันสมัยในยุคเทคโนโลยี 4G หน้าตามันจะออกมาเป็นยังไง แปลกแยก แตกต่าง หนึ่งเดียว คงไม่หนีจากนี้ วัดศรีดอนไชย เป็นวัดที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก (พอดีนั่นแหละ) ที่มาที่ไปของวัดจากข้อมูลที่ค้นพบ ไม่มีระบุไว้ให้ทราบ…

  • C360_2014-02-14-11-30-20-939

    วัดสันป่าเลียง

    วัดสันป่าเลียง หนึ่งในวัดสำคัญของตำบลหนองหอย ในตัวอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกยกให้เป็นสำนักเรียนของสงฆ์ที่สำคัญที่มีคัมภีร์ใบลานและปั๊บสาที่จารึกเรื่องราวและความรู้ต่างๆ เก็บไว้เป็นจำนวนมาก ตามประวัติความเป็นมาบอกเล่าว่า ในอดีตท่านครูบาธรรมธิ ได้เดินธุดงค์หาที่ปลีกวิเวกเพื่อปฏิบัติธรรม จนมาถึงสถานที่ซึ่งเป็นป่าทึบ และมีความสงบร่มรื่น ท่านครูบาเห็นว่าเป็นที่สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงปักกลดจำพรรษา จากนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ได้พากันมาทำบุญฟังธรรม และเกิดความเลื่อมใส จึงร่วมใจกันสร้างกุฏิ เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยของท่านครูบา แล้วอาราธนาให้ท่านสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางรวมจิตใจของชาวบ้าน และเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดสามปอเลียง” เนื่องจากมีต้นปอใหญ่ 3 ต้น ขึ้นเรียงกันอยู่บนสันนาในบริเวณที่สร้างวัด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดสันปอเลียง และเรียกชื่อเพี้ยนเป็น “วัดสันป่าเลียง” จนถึงปัจจุบัน อย่างที่ได้จั่วหัวไว้แต่แรกว่าในอดีตวัดแห่งนี้เป็นเป็นสำนักเรียนของสงฆ์ ที่สำคัญสำนักหนึ่งที่มีคัมภีร์ใบลาน และปั๊บสาที่จารึกเรื่องราวและความรู้ต่างๆ เก็บไว้เป็นจำนวนมาก โดยในปี…

  • C360_2014-02-14-11-13-17-865

    วัดเมืองสาตรน้อย

    ก่อนจะไปชมบรรยากาศภายในวัดเมืองสาตรน้อย ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังจากหนังสือเล่มหนึ่งของท่าน ว.วชิรเมธี ชื่อหนังสือ “สิ่งที่สูงกว่าเงิน” เกี่ยวกับ “ของเน่า” เรื่องมีอยู่ว่ามีพระฝรั่งรูปหนึ่งไปอยู่กับท่านพุทธทาส ชอบจับผิดตามนิสัยฝรั่ง จับผิดว่าพระไทยกราบไม่สวยบ้าง นอนตื่นสายบ้าง ขี้เกียจบ้าง ซึ่งพอไปเล่าให้ท่านพุทธทาสฟังทุกวันๆ วันหนึ่งท่านพุทธทาสจึงคุยกับพระฝรั่งรูปนี้ว่า “คุณนี่ก็แปลกเนอะ อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบกินของเน่า” ณ ตอนนั้น พระฝรั่งยังไม่รู้  หรือเข้าใจกับประโยคคำพูดของท่านพุทธทาส ก็เลยถามกลับว่า “หลวงพ่อครับของเน่าใน ความหมายของหลวงพ่อคืออะไรครับ” หลวงพ่อก็เลยบอกว่า “ในวัดนี้มีทั้งพระดีและพระไม่ดี แต่ฉันเชื่อว่าพระที่ดีย่อมมีมากกว่า แต่ทำไมเธอมองไม่เห็นพระเหล่านั้น ทำไมเธอจึงมองเห็นแต่ความไม่ดี รู้ไหมการที่เธอมองเห็นแต่ด้านไม่ดีของคนอื่น จิตใจของเธอเป็นสุขหรือเป็นทุกข์” “ทุกข์ครับ” พระฝรั่งตอบ หลวงพ่อถาม…

  • C360_2014-02-11-17-38-38-721

    วัดเทพมณเฑียร

    “การเดินทาง คือสายตาของนักเขียน” ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งสวนทูนอินได้บอกไว้ ประโยคท่อนนี้ผมจำได้ขึ้นใจ เวลาต้องออกเดินทางไปไหนมาไหนเสมอ เพราะทุกครั้งของการเดินทาง มันทำให้เราหูตากว้างไกลขึ้น ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ได้สังเกต พูดคุยกับผู้คนหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจากการเดินทางแต่ละครั้ง มันทำให้เรามีวัตถุดิบ หาเรื่องมาเขียนได้ จะบอกว่านักเขียนเป็นพวกชอบหาเรื่องก็คงถูก ครั้งนึงมีโอกาสพูดคุยสอบถามกับ โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ในงาน บุ๊คแฟร์ ของสำนักพิมพ์อะบุ๊ค เฮียโหน่งก็บอกว่าเป็นนักเขียน การหาแรงบัลดาลใจที่ดีในการเขียนหนังสือ คือการเดินทาง การอ่านหนังสือ ที่สำคัญพยายามพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่มันไม่ปกติ เพราะเมื่อมันไม่ปกติ เราก็จะมีเรื่องมาเล่า มีข้อมูลเอามาเขียน ……… เวลาพลบค่ำวันหนึ่งจาก 365…

  • C360_2014-02-11-16-52-38-305

    วัดเมืองกาย

    วัดเมืองกาย มีอยู่สองอย่างที่ผมจดจำได้ดีเกี่ยวกับวัดนี้ คือ ร้านแดง เบเกอรี่ กับถนนทางผ่านชาวบ้านผ่าตรงกลางวัด เหตุผลที่จำกันได้สองอย่างมีอยู่ง่ายๆ เพราะประตูฝั่งหลังวัดจะมีร้านแดง เบเกอรี่วางตัวอยู่ ส่วนถนนถ้าใครขี้เกียจขับอ้อม ก็จะเลือกขับทะลุเข้า – ออก ตรงประตูหน้า – หลังวัด นอกจากสองเรื่องที่พอจะจำได้ ที่เห็นผ่านๆ ตาหน่อยก็น่าจะเป็นต้นยางใหญ่ บริเวณฝั่งด้านหน้าวัด ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาให้ร่มเงา ผู้คนแถวนั้น ซึ่งจะบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ก็คงใช่ เพราะวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่ค่อยมีกัน หรือถ้าจะมีต้นยางใหญ่ เราจะก็จะเห็นกันเฉพาะริมถนนสายเชียงใหม่ – ลำพูน วัดเมืองกาย จะตั้งอยู่ในตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องเล่าที่มาของวัดบอกไว้ว่า…

  • C360_2014-02-11-17-19-51-807

    วัดเชตุพน

    วัดเชตุพน เป็นวัดโบราณวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างมาหลายร้อยปีมาแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด ได้ร้างมาเป็นเวลานานจนเหลือแต่ซากที่มีปรากฏให้เห็นอยู่ เช่น ฐานพระอุโบสถ สีมา, ฐานเจดีย์, ฐานวิหาร, แนวกำแพง เป็นต้น จนถึงสมัยพ่อเจ้าอินทวิทยานนท์ เจ้าผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ จึงได้โปรดให้มีการฟื้นฟูขึ้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของอายุวัดร่วมๆ 160 กว่าปี มีเหตุการณ์หลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งเอาที่ผมคัดมาก็จะมีรายละเอียดกันประมาณนี้ ปี พ.ศ. 2428 พระภิกษุคันธา จากวัดฝายหินได้มาเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายฝ่ายเหนือและศรัทธาประชาชนอย่างมากจึงได้ร่วมใจกันสร้างถาวรวัตถุต่างๆให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ขึ้น เช่น กำแพงยาวด้านละ 45 วา กุฏิหลังใหญ่ในระหว่าง พ.ศ.2429 – 2431 ในปี…

  • C360_2014-02-03-16-01-55-993

    วัดสารภี

    ความหรรษาอย่างหนึ่งในชีวิตของการขับมอเตอร์ไซค์ในเชียงใหม่ คือการขับรถไปตามเส้นทางเชียงใหม่ – ลำพูน ที่มีต้นยางใหญ่เรียงรายตลอดทั้งสองฝั่ง จะบอกว่ามันหรรษา เพราะไม่เหมือนใครก็คงใช่ เนื่องจากถนนลักษณะแบบนี้ในเมืองไทย น่าจะมีให้เห็นกันที่เดียว จังหวะเหมาะมีโอกาสขับรถผ่านมาทางนี้อีกครั้ง จุดหมายปลายทางของตัวเองมีหลายที่ ซึ่งก็มีทั้งแบบไม่ตั้งใจและตั้งใจมาตั้งแต่ออกจากบ้าน ไอ้ที่ไม่ตั้งใจนี่ มันเป็นจังหวะโอกาสพอเหมาะที่หูตาดันไปเห็นเข้า แน่นอนเมื่อเห็นว่าควรจอดแวะ ก็ไม่ขัดขืนความอยากรู้อยากเห็นตัวเอง กล่าวถึงอำเภอสารภี อำเภอนี้ถือเป็นอำเภอที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มันพัฒนาเร็ว คงเป็นเพราะเส้นทางตัดผ่านอำเภอนี้เป็นตัวเชื่อมกันระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ให้ไปมาหาสู่กันได้สะดวก นอกจากในฐานะเป็นตัวเชื่อมระหว่างจังหวัด อำเภอสารภี ยังมีเกร็ดน่าสนใจตรงที่เป็นอำเภอที่มีพื้นที่เล็กที่สุด และเป็นเพียงอำเภอเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่มีภูเขา แต่ข้อด้อยดังกล่าว ก็ถูกละสายตาไปเมื่อมีมีจุดเด่นเป็นถนนสายต้นยางซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีเรียงรายตลอดสองข้างทาง มีความยาวเริ่มตั้งแต่เขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ไปจรดถึงเขตอำเภอเมืองลำพูน ตบท้ายด้วยความน่าสนใจอีกอย่าง เดิมทีอำเภอสารภี ชื่ออำเภอยางเนิ้ง ที่มาจาก “ต้นยาง” กับ “เนิ้ง”…

  • C360_2014-02-03-10-43-46-382

    วัดเมืองสาตรหลวง

    จังหวะพลัดหลงเข้ามาหาของกินแถวตลาดหนองหอยในช่วงสายของวัด นำพาตัวเองมายังวัดเมืองสารตหลวง ที่ตั้งอยู่บนถนนเมืองสาตร ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก่อนจะมาถึง เรื่องมันมีอยู่ว่าตัวเองไปหลงๆ งงๆ กับเส้นทางมาหาร้านข้าวกิน ซึ่งเป้าหมายก็คือ ข้าวหมกไก่ไลลา ในซอยใจแก้ว ซึ่งพอขับรถมาถึงตรงที่คิดว่าจะใช่ ก็เข้าใจว่าร้านยังไม่เปิด หรืออาจจะหยุดกันในวันนั้น แต่ความจริงที่ตัวเองละเลย คือไม่ได้อ่านป้ายร้านที่เขาแจ้งชาวบ้านไปแล้วว่า ตูย้ายร้านไปแถมตรงข้ามปั้มเอสโซ่แล้วนะ นึกแล้วก็อยากเขกมะเหงกตัวเองในความโง่ ที่อดกินข้าวหมกไก่ร้านใหม่ในวันแรก จนต้องขับรถมาอีกวันหลังกระจ่างในที่ตั้งร้าน หลังหัวเสียเพราะความโง่ตัวเอง การขับรถไปตามทางเรื่อยเปื่อยเพื่อหาข้าวกิน เลยทำให้ตัวเองมาพบวัดเมืองสารตหลวงเข้า แน่นอนผมต้องแวะเข้ามาทำความรู้จักกับวัดซักหน่อย ตามหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือตำนานเชียงใหม่ บอกกล่าวไว้ว่า วัดเมืองสาตรหลวง สร้างขึ้นประมาณ ปีพ.ศ.2412 โดยมีพระอธิการเทพ อินฺทปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสรูปแรก และท้าวเขื่อนคำเป็นผู้สร้างขึ้น…

  • C360_2014-02-07-17-00-36-267

    วัดตำหนัก

    ผมชอบอารมณ์เวลาไปเที่ยววัดแล้วเห็นวัดดังกล่าวด้านในมีโรงเรียนฝังตัวอยู่ด้วย มันเป็นความรู้สึกดีที่คิดว่าสองสถาบันที่สำคัญของชุมชนอย่างวัดและโรงเรียนสามารถอยู่รวมกันอย่างได้กลมกลืน พร้อมเป็นแหล่งพัฒนาคนในด้านความรู้ทางโลก และทางธรรมควบคู่กันไป จะบอกว่าเป็นโรงเรียนวัดก็คงใช่ แต่ก็คงไม่เต็มปาก อย่างน้อยเด็กๆ ที่ได้มีโอกาสเล่าเรียนที่นี้ คงได้รับการปลูกฝังอะไรดีๆ จากวัดไปพอสมควร โรงเรียนอยู่ในวัด มาเรียนสัปดาห์ละ 5 วัน ไมได้เรื่องคุณธรรม ก็ให้มันรู้กันไป วัดตำหนัก หรือ วัดศิริมังคลาจารย์ ที่ตั้งอยู่หมู่บ้านตำหนัก หมู่ 1 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในวัดดังกล่าวที่ภายในมีโรงเรียนฝังตัวอยู่ด้วย วัดแห่งนี้คาดว่าสร้างเมื่อประมาณปี 2038 หรือในรัชสมัยพระเจ้าดิลกปนัดดดา (พระเจ้าเมืองแก้ว) รัชกาลที่ 11 แห่งราชวงค์เม็งรายของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันวัดตำหนักมักจะถูกเรียกหลายชื่อรวมกันเป็น “วัดตำหนักสวนขวัญศิริมังคลาจารย์”…

  • C360_2014-01-20-16-03-30-335

    วัดพระธาตุดอยคำ

    หลายเดือนก่อนมีสหายแวะมาเยี่ยมมันสะกิดในเชิง “ตูอยากไปวัดพระธาตุดอยคำ” น่าแปลกใจ ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันเพิ่งเคยมาเชียงใหม่ครั้งแรก แทนที่มันจะอยากไปวัดพระธาตุดอยสุเทพ หรือวัดอื่นๆ อย่างวัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ มันกลับดันอยากมาวัดพระธาตุดอยคำแทน เหตุแห่งความอยากมาของมัน น่าจะเป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต ที่เห็นวิวทิวทัศน์บนวัดอันสวยงาม และอาจจะรวมถึงศาสนสถานต่างๆ ในวัดด้วย 4 วัน 3 คืน ของเพื่อนผมในเชียงใหม่ เป็นอันว่าผมไม่ได้พามันไป เพราะมั่วแต่พากันไปเตร็ดเตร่ที่อื่น ยิ่งวันแรกจะพาไปกะไว้ซะอย่างดิบดี สุดท้ายเวลาไม่พอ ได้แค่ไปเฉียดๆ ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ “เดือนกุมภาปีหน้า ถ้ามีโอกาสกูจะมาเชียงใหม่อีก” มันทิ้งทวนกับผมประโยคนี้ตอนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ และแน่นอนสิ่งที่ยังค้างคาผมในใจ คือยังไม่ได้พามันไป ซึ่งก็คงต้องรอให้มันมาเชียงใหม่กันอีกรอบ “วันนี้เดี๋ยวกูไปเที่ยววัดพระธาตุดอยคำ เดี๋ยวส่งภาพให้มึงดูทางไลน์” เป็นคำพูดของผมที่บอกเพื่อนเมื่อหลายวันก่อน หลังจากวางแผนมาแล้วว่าจะแวะไปเที่ยวที่นั้นในเร็วๆ…

  • C360_2014-01-20-16-34-24-896

    วัดสวนพริก

    คำว่า “ไหล” ในแบบฉบับของผม มีความหมายว่าไปต่อเรื่อยๆ เช่น เล่นเฟซบุ๊คจนไหล อันนี้ก็หมายถึงว่าเล่นเฟซบุ๊คไปต่อเรื่อยๆ แบบไม่มีท่าทีจะหยุด หรือถ้าในวงการร่ำสุรา ก็ทำนองเพื่อนชวนไปต่อที่ไหนก็ไปมันหมดทุกที่ แหม แต่ละอย่างที่อ้างมานิ มันมีแต่เรื่องดีๆ กันทั้งนั้นเลยนะครับ ฮ่าๆๆ มีไม่ดี (ถ้าใช้คำว่าเลว อาจจะดูรุนแรงไป) ก็ย่อมมีดีเหมือนกันในตัวของมันเอง เพื่อแต่เอามาใช้ให้มันถูกที่ถูกทางเท่านั้น หลายวันก่อนเกิดอาการไหล (ไม่ใช่ไหลตายนะ) หลังจากไปเที่ยววัดพระธาตุดอยคำเสร็จแถวๆ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ขากลับลงมาถึงแยกตรงทางขึ้นวัดเจอป้ายบอกไปวัดสวนพริก คิดคำนวณไม่ถึง 2 นาที หลังเห็นยอดเขาหลายลูกตรงเบื้องหน้า เอาว่ะ ลองขับตามทางดูป้ายเอา วัดแห่งนี้มันจะอยู่ส่วนไหนในโลกเบี้ยวๆ จากจุดเริ่มต้นไปยังเส้นทางที่ผ่านภูเขาหลายลูก ร่วมๆ 4…

  • C360_2014-01-19-12-14-42-356

    วัดศรีโสดา

    ส่วนใหญ่ใครที่ขึ้นไปเที่ยวดอยสุเทพ หลักๆ ที่ต้องแวะระหว่างเส้นทางก็คงหนีไม่พ้นอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และจากนั้นค่อยไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ ส่วนจะต่อไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์, ดอยปุย หรือขุนช่างเคี่ยน อะไรนั้นค่อยว่ากันอีกที ระหว่างทางขึ้นไปอันที่เป็นเรื่องรองๆ ลงมา ทำนองว่าจะแวะก็ได้หรือไม่แวะก็ได้นั้น ก็จะมีไปตั้งแต่เชิงดอยอย่าง น้ำตกห้วยแก้ว วังบัวบาน น้ำมณฑาธาร ผาเงิบ และวัดผาลาด (จริงๆ แล้วก็ควรจะแวะล่ะนะ เพราะไหนๆ ก็มากันแล้ว) วัดศรีโสดา อีกหนึ่งสถานที่บนเส้นทางขึ้นดอยสุเทพที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยแวะกัน กล่าวคือ พอไหว้อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เสร็จก็พากันตรงดิ่งไปยัง วัดพระธาตุดอยสุเทพ กันเลย แน่นอน คำถามกับตัวเองเกิดขึ้นในฐานะที่ยังไม่เคยมาวัดแห่งนี้ ว่าแท้จริงแล้วชาวบ้านคนอื่นไม่มีเวลา หรือว่าวัดไม่มีอะไรน่าสนใจ ซึ่งทางเดียวที่จะได้คำตอบจากเรื่องนี้ก็คือต้องลองแวะไปดู จากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยมาประมาณ 200…

  • C360_2014-01-20-17-23-45-767

    วัดร่ำเปิง

    กล่าวถึงวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) วัดแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญหลายอย่างกับเมืองเชียงใหม่ อย่างแรกเลยเป็นวัดวิปัสสนากรรมฐานทางภาคเหนือที่ทำการอบรมพระกรรมฐานในแนวสติปัฎฐาน 4 โดยปัจจุบันมีชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้ารับการอบรมปฏิบัติต่อเนื่องกันตลอดปี อย่างที่สอง เป็นวัดแห่งแรกที่มีพระไตรปิฏกฉบับล้านนา และได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีพระไตรปิฏกฉบับภาษาต่างๆ มากที่สุดในโลก อย่างที่สาม นอกจากจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในการสอนกรรมฐานแล้ว ยังเป็นที่รู้จักอีกว่าเป็นสาขา (ที่สอง) ของการสอนพระอภิธรรม ของอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งกิจกรรมของวัดดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะความร่วมมือกันทำงานของบุคลากรของวัด   มาที่ในส่วนของประวัติวัดบ้าง จากการรวบรวมข้อมูลไม่ได้บอกชัดว่าใช้เวลาสร้างนานเท่าใด กล่าวแต่ว่าสำเร็จแล้ว ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นวัดเก่าอยู่ก่อน และคงมีชื่อว่า ตะโปทาราม สำหรับชื่อวัดร่ำเปิงนั้น ในขณะที่สร้างวัด พระเจ้ายอดเชียงราย ทรงรำพึงถึงพระราชบิดา และพระราชมารดาอยากจะให้ทั้งสองพระองค์มีพระชนม์อยู่จะได้ร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย และเพื่อให้เป็นที่บูชาคุณของทั้งสองพระองค์พระเจ้ายอดเชียงราย จึงทรงตกลงพระทัยให้ชื่อวัดที่สถาปนาขึ้นใหม่นี้ว้า วัดร่ำเปิง…

  • C360_2014-01-20-17-05-53-661

    วัดโป่งน้อย

    ความตั้งใจแต่เดิมคือการแวะมาเที่ยว ตลาดวัดโป่งน้อย แต่ไหนๆ จะมากันทั้งที มันก็ต้องมาสำรวจภายในวัดกันบ้างซิ จะได้ไม่เสียเที่ยว วัดโป่งน้อย อยู่ใน หมู่ 13 ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ บนถนนคันคลองชลประทาน ถือเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาช้านาน สันนิษฐานว่า อาจเป็นช่วงรัชกาลของพระเจ้ายอดเชียงราย หรือรัชสมัยของพญาแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย องค์ที่ 11 พ.ศ.2038-2068 สภาพของวัดโป่งน้อยแต่ในอดีตนั้น เป็นไปตามยุคตามสมัยคือ มีทั้งเจริญและเสื่อมและเคยตกอยู่ในสภาพเป็นวัดร้างมานาน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2485 – 2486 กองทหารญี่ปุ่น ได้ยึดวัดครอบครองใช้เป็นค่ายปฏิบัติการ และสถานที่พัก…

  • C360_2014-01-19-13-38-23-077

    วัดดอยปุย

    สารภาพก่อนเลยว่า มาวัดแห่งนี้แบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะไอ้ที่ตั้งใจนั้น เป้าหมายผมมันคือ ขุนช่างเคี่ยน กับการไปยลโฉมของดอกนางพญาเสือโคร่ง แต่ในระหว่างทางมาจากแยก บ้านม้งดอยปุย กับ บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน ปรากฏว่ารถพากันติดตรึมยาวเพียบ ซึ่งกว่าจะเคลียร์ทางกันได้ ก็กินไปหลายนาที และในระหว่างที่รอชาวบ้านรถติดแบบนี้ ผมก็เลยแว่บมาเที่ยว วัดดอยปุย ไปพลางๆ ก่อนล่ะกัน แล้วพอกลับมาคาดว่ารถคงจะหายติด จากแยกดังกล่าวที่เอ่ยไป ขับมาประมาณซัก 2 กิโลเมตร เห็นจะได้ ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัด นั่นแหละแวะลงไปเลย ระหว่างทางมาวัดร่วมๆ  2 กิโลเมตร บนถนนที่ค่อนข้างจะแคบ ขอบอกว่าอากาศบริสุทธิ์เป็นบ้าครับ เพราะรายทางเต็มไปด้วยป่าไม้ที่ขึ้นกันอย่างหนาตา เมื่อบวกกับสภาพอากาศบนดอยอย่างหนาวเข้าไปด้วย ขอบอกว่า “ยอดไปเลย”…

  • page

    รวมสุดยอดเจดีย์ที่สวยที่สุดในเชียงใหม่

    ด้วยความที่ผมเป็นคนอีสานแต่กำเนิด ตั้งแต่เกิดมาจนถึงป่านนี้ก็รู้ว่าวัดทางภาคอีสานจะไม่ค่อยมีเจดีย์กัน หรือถ้ามีก็มีกันน้อยนิดมหาศาล และหลังจากการโยกย้ายถิ่นฐานมาอาศัยกันที่นี้ (เชียงใหม่) ทำให้ได้รู้ว่าวัดทางเหนือส่วนใหญ่แทบจะมีเจดีย์กันแทบทุกวัด เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ก็คงใช่ แรกๆ มาอยู่ก็ตื่นเต้นแหละครับ เวลาเจอเจดีย์สวยๆ กันเยอะแยะไปหมดหลากหลายรูปแบบ แต่หลังๆ ชักเอียน (ฮ่าๆๆ) แบบว่าเจอบ่อยไป และด้วยความตกผลึกทางด้านนี้ เลยเกิดคำถามว่าเจดีย์ที่ไหนสวยสุดในเชียงใหม่ และตรงไหนที่นักท่องเที่ยวควรแวะไปชม จากเจดีย์ทั้งหมดเกือบๆ 50 วัด ผมทำการคัดแยกออกมาเหลือตัวเลือกที่ดีที่สุดเพียง 5 วัด และจากเจดีย์ 5 วัดดังกล่าวนี้ ผมขอรับประกันในความงามด้านสถาปัตยกรรมเลยว่าแจ่มกันสุดๆ ชนิดที่ติดตาไปอีกนานหลายปี โดยเจดีย์ดังกล่าวมีรายนามดังต่อไปนี้ พระเจดีย์หลวง (วัดเจดีย์หลวง) เริ่มสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.…

  • C360_2013-12-22-17-25-24-796

    วัดสันติธรรม

    วัดสันติธรรม อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจและเหมาะแก่การมาเที่ยวชม โดยเฉพาะในวัดแห่งนี้มี พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ ให้ได้ชมเป็นไฮไลต์ ที่ตั้งวัดอยู่บนถนนหัสดีเสวี ต.ช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จากประวัติย่อๆ บอกเล่าไว้ว่าวัดได้ทำการก่อสร้างขึ้นในภายหลัง ปี พ.ศ.2490 โดยคุณแม่นิ่มนวล สุภาวงศ์ ที่เกิดศรัทธาอยากจะสร้างวัดถวายหลวงปู่ พระครูสันติวรญาณ (สิม พุทฺธาจาโร ) และด้วยพลังศรัทธานั้นเอง ” วัดสันติธรรม ” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นโดยอาศัยกำลังศรัทธาของศานุศิษย์ ท่านพระครูสันติวรญาณ (สิม พุทฺธาจาโร) พร้อมกับ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ และหลวงปู่หลอด ปโมทิโต ในสมัยก่อนการแผ้วถางสร้างวัดจะสังเกตเห็นได้ว่า เนื้อที่บริเวณที่จะสร้างกุฏิ…

  • C360_2013-12-17-17-42-30-692

    วัดผ้าขาว

    ความรู้สึกแรกหลังเข้าไปวัดผ้าขาว พบว่าบรรยากาศหลายๆ อย่างเหมือนวัดท่าใหม่อิ หลายส่วนของวัด จัดตกแต่งสวนหย่อมภายในให้ดูร่มรื่นสวยงาม มีการเอาดอกไม้ปลอมไปปักแซมไว้กับของจริง (สงสัยขึ้นไม่ทัน วัดท่าใหม่อิ ก็ใช้วิธีนี้) แต่เท่าที่มองๆ ดูเหมือนจะยังทำใหม่ อะไรๆ เลยดูไม่เข้าที่เข้าทางนัก วัดผ้าขาว ตั้งอยู่บนถนนราชมรรคา ต.พระสิงห์ เขตคูเมืองเชียงใหม่ สังเกตง่ายๆ ปากทางเข้าถนนราชมรรคาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับถนนลอยเคราะห์ ขับรถเข้ามาไม่ทันไร วัดจะอยู่ฝั่งทางด้านขวามือ ประวัติความเป็นมาจากข้อมูลเท่าที่หาได้ วัดผ้าขาวมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมก่อนการขึ้นเสวยราชย์ของกษัตริย์ในสมัยราชวงศ์มังรายแต่อดีต โดยจะมีทรงผ้าชุดขาว (นุ่งขาวห่มขาว) ณ วัดผ้าขาว ก่อน จากนั้นจะเสด็จไปสะเดาะเคราะห์ ณ วัดหมื่นตูม และปิดท้ายจะเสด็จไปประกอบพิธีสรงน้ำพุทธาภิเษก ณ หนองน้ำ วัดเจ็ดลิน…

  • C360_2013-12-17-17-27-29-519

    วัดเมธัง

    ขึ้นชื่อว่าสัตว์ เราอยากได้ไปไว้ใจนิสัยมันมาก เพราะสัตว์ยังไงก็คือสัตว์ ที่เราไม่มีทางจะไปเข้าใจตัวตนจริงๆ ของพวกมันมากกว่าพวกด้วยกันเอง ก็ขนาดคนเดียวกันเอง เรายังไม่ค่อยเข้าใจกันเลยครับ จั่วหัวกันมาแบบนี้ไม่ได้มีอะไร เพียงแต่ผมไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่กับน้องหมาในวัดหลายตัว ที่นอนเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์บนลานวัด อะไรล่ะที่ไม่น่าไว้ใจ แน่ล่ะลักษณะท่าทาง แม้จะนอนเล่นอย่างสบาย แต่สีหน้าขอบอกเลยว่าพร้อมที่จะกะซวกเราได้ทุกเมื่อ แม้เราจะไม่ได้ไปทำอะไรให้ก็ตาม แค่เดินผ่านยังเสียววาบกันเลยพ่อคุณ ฮ่าๆๆ เหตุดังกล่าวนี้ของผมเกิดขึ้นในวัดเมธังครับ วัดแห่งนี้เป็นวัดเล็ก (เล็กจริงๆ) บนถนนราชมรรคา ต.พระสิงห์ เขตคูเมือง จะบอกว่าอยู่ท้ายถนนก็ได้ โดยวัดจะอยู่ทางฝั่งประตูสวนดอก วัดเมธัง แห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2095 เดิมชื่อ วัดช่างลาน เป็นวัดเก่าแก่โดยเริ่มสร้างสถูปก่อน ต่อมา หนานเมธังกับนางแก้ว ได้บริจาคที่และเงินเพื่อสร้างวัดใหม่ถัดจากที่เดิมไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ…

  • C360_2013-12-16-11-25-34-390

    เทวาลัยสถาน พระพิฆเนศ

    หลังจากโดนข้าศึกบุกโจมตีแบบลอบฆ่า จากกาแฟแก้ร้อนๆ ในตอนสายของวัน นาทีนั้นนึกออก ห้องน้ำตูอยู่ไหนว่ะ ปั้ม ปตท. ข้างวันโลกโมฬี นี้พอจะช่วยได้ เพราะอยู่ใกล้ที่สุด ผมตะโกนบอกเพื่อนว่า เอ็งเดินเล่นชมอะไรในวัดโลกโมฬีไปก่อนล่ะกัน เสร็จธุระระดับชาติแล้วเดินออกมาหา 10 นาที พอประมาณ ผมออกมาพบสหายต่างแดนเดินถ่ายรูปเล่นตรงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผมบอกเพื่อนว่า ปะเราไปเที่ยววัดต่อ มันบ่ายเบี่ยงบอก เดี๋ยวกูถ่ายรูปตรงนี้ก่อน สวยดีว่ะ ผมหันกลับไปมอง เออ ตรงนี้เราผ่านหลายที แต่ยังไม่เคยสังเกตว่ามันมีอะไร ว่าแล้วก็ตามหลังมันไปต๋อยๆ กล่าวคือข้างๆ วัดโลกโมฬี ตรงบริเวณส่วนหลังๆ วัดติดกับปั้ม ปตท. ตรงนั้นจะเป็นเทวาลัยสถานพระพิฆเนศ  ด้านหลังของเทวาลัยเป็นมูลนิธิเพื่อนสล่าล้านนาวางตัวอยู่ และใกล้ๆ…

  • C360_2013-12-14-16-08-40-191

    เรื่องของ “ตัวมอม”

    ใครมาเที่ยววัดเชียงใหม่อย่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ คงจะสังเกตเห็นสัตว์ตัวประหลาดเป็นลายปูนปั้นอยู่ภายในวัดชนิดนึงนะครับ มันเป็นสัตว์ที่โดดเด่นแถมยังหาดูได้ยากอีกต่างหากในที่อื่นๆ โดยสัตว์ที่ผมกล่าวถึงนั้นมันก็คือ “ตัวมอม” ตัวมอม เป็นสัตว์ในตำนาน เป็นพาหนะของเทพปัชชุนนะเทวบุตร ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งฝนในคติล้านนา ลักษณะของ “มอม” จะดูไม่ค่อยเหมือนสัตว์ที่เรารู้จักกันทั่วไป ตัวมอมมีรูปร่างคล้ายแมวผสมสิงโต ดังนั้นบุคลิกของมอม จึงดูเหมือนจะน่ากลัวแต่บางครั้งก็ดูขี้เล่น แต่สล่าหรือช่างปั้นบางท่านก็ปั้นมอม ดูคล้ายตุ๊กแก บางกิริยากระเดียดไปทางค่างก็มี ส่วนพจนานุกรมล้านนาบางฉบับให้ความหมายไว้ว่า มอมเป็นสัตว์ผสมระหว่างสิงโตกับลิง มีแขนยาวคล้ายค่าง บางทีเรียกเสือดำ ซึ่งเสือดำนั้นเข้าใจว่าเป็นสัตว์ต่างชนิดกันกับ “มอม” ที่เฝ้าวัด ตัวมอม จะปรากฏบทบาทเบื้องแรกในตำนานทางเหนือเกี่ยวกับการขอฝน โดยทำหน้าที่เป็นพาหนะของเทวบุตรองค์หนึ่ง ชื่อ เทพปัชชุนนเทวบุตร ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเมฆและฝน ดังนั้นชาวล้านนาจึงมีประเพณีขอฝนโดยนำตัวมอมที่แกะสลักจากไม้นำขึ้นเสลี่ยงแห่ขอฝน แล้วใช้น้ำสาดให้ตัวมอมเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนตามวัดทางเหนือจะแกะตัวมอมจากไม้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดเท่าแมว…

  • C360_2013-10-16-10-20-09-031

    วัดพันแหวน

    ผมได้ยินมาคร่าวๆ ว่าลาบไก่แถววัดพันแหวนอร่อย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน ให้ตายเถอะขนาดวัดพันแหวน ยังไม่เคยมาเลย สุดท้ายพอดูแผนที่ อ้าว ตูผ่านมาได้ไงว่ะ แถมผ่านเกือบทุกวัน ตามคาดผมไม่ปล่อยให้หลุดมือเป็นแน่แท้ ในการแวะมาสำรวจ เดินเข้ามาวัด บรรยากาศเงียบกริบ สงบดี มองซ้ายเจอลานโพธิ์ ลานธรรม มองขวาเจอองค์พระเจดีย์ มีวิหารรอการบูรณะใหม่ให้สวยงาม ใกล้ๆ กันหน่อยเป็นอุโบสถ ในส่วนของการอธิบายถึงการตั้งชื่อวัดพันแหวน น่าจะมาจากการสร้างโดยขุนนางระดับ “พัน” ซึ่งมีสร้างวัดพันแหวนในปี พ.ศ. 2060 สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่มีให้ไดัจับต้องกันครับ หลังจากเดินสำรวจภายในวัดได้ซัก 15 นาที แล้วก็ให้พบว่าวัดแห่งนี้รอการบูรณะหลายๆ อย่างให้เสร็จสมบูรณ์สวยงาม ขากลับผมออกมาทางถนนเส้นทะลุมายังแว่นท็อปเจริญประตูเชียงใหม่ เผอิญเจอร้านกล้วยปิ้งคุณยายเลยจอดแวะซื้อ…

  • C360_2013-11-14-12-49-03-643

    วัดดาวดึงษ์

    วัดแห่งนี้น่าจะเป็นวัดที่ผมไม่สามารถจะหาข้อมูลได้ ในเน็ตก็แล้ว หากันชนิดตับแล่บ ไปวัดพอจะถามหลวงพี่ หลวงพี่ก็ดันไม่รู้ เพราะเพิ่งมาบวชใหม่ได้ไม่ถึงอาทิตย์ ส่วนท่านเจ้าอาวาสก็ไม่อยู่ เป็นอันว่าอด อดกันพี่น้อง มีใครเข้าใจผมบ้าง พ่อครัวทำอาหาร หากไร้ซึ่งวัตถุดิบ ก็ไม่สามารถทำกับข้าวให้ชาวบ้านกินได้ เช่นกัน คนเขียนหนังสือแบบผม ไม่มีข้อมูล ก็ไม่รู้จะสรรหาอะไรมาบำเรอคนอ่าน เอางี้ก็แล้วกันนะครับ ผมจะพาทัวร์กันแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีซับซ้อนอะไรมาก ถือซะว่าทำตัวเป็นเพื่อนสนิทชนิดตบหัวเล่นกันได้อย่างสบายกันซักวัน วัดดาวดึงษ์ จะอยู่บนถนนราชเชียงแสน ซอย 2. ตำบลหายยา ในตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนเข้าวัดเห็นแว่บๆ ว่ามีรถเข็นขายของกินกันประมาณ 3 – 4 เจ้า บรรยากาศก็เงียบเหงาครับ แม่ค้าก็แทบจะหลับคากันซะตรงนั้น…

  • C360_2013-12-07-13-43-32-971

    วัดศรีปิงเมือง

    พูดถึงเรื่องศรัทธา ของแบบนี้หากจะกล่าวถึงมันสุ่มเสี่ยงต่อการถูกกะซวกมาก ไม่ว่าจะคุยกันมุมไหน เอาง่ายๆ มีแต่เจ๊ากับเจ๊งครับ ผมนึกถึงเรื่องนี้ได้เพราะไปเที่ยววัดศรีปิงเมือง เหตุเกิดระหว่างที่กำลังเพลินๆ เดินเล่นในวัด อยู่ดีๆ ก็มีคุณลุงคนนึงขับมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าวิหาร ก่อนถอดรองเท้าอีแตะสับตีนเดินขึ้นไป ประตูวิหารถูกปิดไว้แต่แรกเริ่ม ผมกำลังคิดว่าลุงแกจะทำอะไร ลุงไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่ลุงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าประตู จากนั้นก็ก้มกราบไปสามที พนมมืออธิษฐานอะไรซักอย่าง เสร็จแล้วก็กราบลาสามทีเหมือนเดิม และเดินลงมา ขับรถกลับบ้าน สังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ “ศรัทธา” ถามว่ามันแปลกมั้ยที่เจอแบบนี้ มันก็คงไม่หรอก เพราะที่ผ่านมาเราๆ ท่านๆ ก็เห็นคนไทยพนมมือไหว้ขออะไรไปเรื่อยแหละ แต่กรณีนี้ผมว่ามันพิเศษใส่ไข่กว่าใครเป็นไหนๆ แกไม่ได้ไหว้เลื่อนลอย แต่แกมาแบบตั้งใจ (อาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้ว่าประตูวิหารปิด) อีกอย่างมันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอย่างเปี่ยมล้น และไม่ใช่การงมงาย ที่สำคัญมาแบบเก๋าสุดๆ ก่อนทิ้งปมให้ผมนึกต่อว่าลุงแกอธิษฐานอะไร…

  • C360_2013-12-03-12-11-12-910

    วัดหม้อคำตวง

    สถิติไม่รู้ว่าถูกทำลายลงรึยัง แต่ถ้านับเฉพาะในเวียง คาดว่าตัวเองคงจะไปมาครบเกือบทุกวัดกันแล้ว “เอ๊ะๆ แว่บๆ ยังไม่น่าจะครบหมด” เป็นความรู้สึกหลังตัวเองขับรถผ่านวัดหม้อคำตวงในช่วงกลางวัน และเหตุที่มันสะดุดสายตาจนผมต้องเลี้ยวรถยูเทิร์นกลับมาอีกรอบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปากประตูทางเข้าวัดมี หม้อทองคำ วางประดับไว้บนยอดเสา แต่ที่สะดุดกว่านั้น น่าจะเป็นภายในบริเวณวัดที่มองจากรอบนอกแล้ว เห็นเขากำลังก่อสร้างอะไรซักอย่างด้านใน แถมยังมีองค์พระพุทธรูปประดิษฐานไว้ด้วย หลังขับรถผ่านไปรอบแรก รอบสองพอขับจากประตูช้างเผือกฝั่งคูเมืองด้านในไปซักหน่อย ก็แว่บเลี้ยวเข้าไปด้านในวัดฝั่งซ้ายมือ จากนั้นก็เดินมาสำรวจตรงปากทางเข้ากันก่อนเป็นอย่างแรก ด้านหน้าวัดตรงกำแพง จะมีรูปปั้นนูนเป็นรูปหม้อสีเหลืองตัดกับกระจกเงาที่ติดไว้บนกำแพงวัดเพื่อประดับประดา ทำให้เวลามองดูเป็นกำแพงก็จะส่องแสงระยิบระยับแพรวพราว และตรงหัวเสาประตูทางเข้า – ออกวัดนั้นจะเป็น “หม้อทองคำ” ประดับบนยอดเสา ซึ่งโดยทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสิงห์ ส่วนที่แปลกออกไปจากนี้ ก็อาจจะเป็น ช้างบ้าง ม้าบ้าง อย่างใกล้ๆ หน่อยก็จะเป็น…

  • C360_2013-11-27-13-29-37-134

    วัดสันป่าข่อย

    ให้หลังจากแว่บไปซื้อกล้วยทอดบัตรคิวมากินตรงย่านสันป่าข่อย เผอิญนึกได้ว่าวัดสันป่าข่อย ตัวเองยังไม่มีโอกาสได้แวะเข้าไปสำรวจว่ามีอะไรน่าสนใจ พอมือจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ได้ พร้อมห้อยถุงกล้วยทอด ก็ไม่ชักช้าเสียเวลาที่จะมุ่งหน้าสู่วัดสันป่าข่ออย ที่ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไร ขับรถเลยผ่านกาดสันป่าข่อยที่วางตัวอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด ก็เป็นอันถึงที่ตั้งของเป้าหมายที่วางไว้ วัดสันป่าข่อย เป็นศูนย์กลางความเชื่อของชาวพุทธในย่านสันป่าข่อยมาตั้งแต่อดีต เดิมวัดนี้ชื่อวัดนางเหลียว ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง แต่บริเวณวัดถูกน้ำท่วม จึงได้ย้ายมาอยู่ในบริเวณพื้นที่ปัจจุบัน และทำการเรียกชื่อวัดตามชื่อพื้นที่ตั้งว่า “วัดสันป่าข่อย” มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวัด จากท่านเจ้าอาวาสวัดองค์ปัจจุบัน พระครูสุวัฒนวรคุณ เมื่อปี 2554 บอกว่าสมัยนั้น (ประมาณ ปี 2493 ยึดเอาตามปีที่ พระครูสุวัฒนวรคุณ อุปสมบท ) พระมีประมาณ 8 – 9 รูป…

  • C360_2013-11-29-16-04-35-145

    วัดทรายมูลเมือง

    แรกๆ ตอนไปเที่ยววัดทรายมูล (พม่า) แล้วขับรถผ่านมายัง วัดทรายมูลเมือง ผมหลงผิดคิดไปว่าวัดสองแห่งนี้มีพื้นที่เดียวกัน เพราะด้วยขนาดของวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ไหนจะชื่อวัดที่คล้ายๆ กันอีก ที่ไหนได้มันคนล่ะที่กันเลยนี่หว่า ฮ่าๆๆ ขับมอเตอร์ไซค์มาจากแจ่งขะต๊ำ ฝั่งคูเมืองด้านในเลยมาซักหน่อย ก็เป็นอันเจอวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือตรงยูเทิร์นแรก โดยปากประตูทางเข้าตรงหัวเสามีรูปสิงห์ปั้นสองตัวสีทองอร่ามยืนเด่นสง่า เข้ามาถึงฝั่งด้านในบริเวณวัด พื้นที่โดยยรอบไม่ถือว่ากว้างขวางมาก ด้านหน้าฝั่งซ้ายมือเป็นวิหาร ด้านขวามือเป็นพระอุโบสถ หะแรกกะจะเดินไปสำรวจด้านในวิหาร แต่พอไปถึงปากประตุแล้วเงยหน้ามอง ก็ถึงรู้ว่าประตูวิหารปิดห้ามไม่ให้เข้าไป สุดท้ายก็เลยได้แต่ด่อมๆ มองๆ กันภายนอกวิหาร ที่ตรงทางขึ้นบันไดมี ท้าวเวสสุวรรณ ยืนเด่นสง่าอย่างน่าเกรงขามยิ่งนัก กล่าวถึงความเชื่อเกี่ยวกับ ท้าวเวสสุวรรณ กันซักหน่อย คนไทยสมัยโบราณนิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควานแก่เด็ก ผู้ใดมีอาชีพสัปเหร่อ หรือมีอาชีพประหารชีวิตนักโทษ ก็มักพกพารูปท้าวเวสสุวรรณ…

  • C360_2013-11-28-14-07-12-740

    วัดหนองป่าครั่ง

    เนื่องด้วยตอนเด็กๆ ตัวเองมีความคุ้นเคยกับวัดพอสมควร (เป็นที่เตะบอล กับไปเล่น) อะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างที่เกี่ยวพันกับวัดเลยถูกจดจำมาเยอะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์ ทั้งยังคิดว่าเป็นความสัมพันธ์ของคนชุมชนอันดี น่าจะเป็น “โรงเรียนวัด” “โรงเรียนวัด” ถ้าให้เปรียบเปรยคงเสมือนเสาหลักของหมู่บ้านที่ไม่ต่างจาก “วัด” ซักเท่าไหร่ เสาหลักในด้านการพัฒนาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อขัดเกลาคนให้มีความเป็น “มนุษย์” มากขึ้น โดยวัดหนองป่าครั่ง ในตัวอำเภอเมือง เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในนั้นที่มีทั้งวัดและโรงเรียนในสถานที่เดียว วัดหนองป่าครั่งก่อตั้งมานานพอประมาณ 100 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสันนิฐานและคำนวณตามคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในหมู่บ้าน อยู่ในราว พ.ศ. 2395 ซึ่งวัดนี้แต่เดิมพอที่จะมีหลักฐานแสดงให้เห็นก่อนที่จะมีการบูรณะซ่อมแซม คือเดิมมีองค์พระธาตุสูงประมาณ 4- – 5 เมตร…

  • C360_2013-11-18-12-36-11-676

    วัดดอกเอื้อง

    วัดดอกเอื้อง ให้คิดอยู่แปดสิบตลบ ทำไมผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าตรงนี้มีวัด ให้ตายเถอะ ช่างตาถั่วสิ้นดี ขับรถผ่านเกือบทุกวัน ไปกินข้าวแถวนั้นก็บ่อย ไปกินเบียร์แถวนั้นก็บ่อย แต่ทำไมถึงไม่รู้ว่ามีวัด เอ๊ะ หรือว่าความชั่วเข้าครอบงำปิดบังดวงตา จนข้าน้อยมองไม่เห็นแสงแห่งธรรม แต่ก็ช่างเถอะ ในเมืองจะอะไรก็แล้วแต่  ณ ตอนนี้ไอ้ผมก็รู้แล้วล่ะตรงถนนราชวิถี มันมีวัดดอกเอื้องวางตัวปรากฏกันอยู่ พอขับรถเข้าไปสำรวจกันถึงฝั่งด้านใน วัดแลดูเงียบสงบครับ ที่สำคัญ รถยนต์มาฝากจอดก็ไม่ค่อยมี (อันนี้ผมชอบ ฮ่าๆๆ เพราะปกติไปวัดไหน ก็มีแต่ใครต่อใครเอารถไปจอดกันให้เพียบ จนบางทีรถยนต์ก็แทบจะเยอะกว่าที่จอดรถยนต์กันแล้ว) วัดดอกเอื้อง ตามคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ ผู้เฒ่าซึ่งได้เล่าสืบๆ กันมาบอกว่า บ้านดอกเอื้อง ตั้งอยู่ในเขตคูเมืองเก่าด้านทิศตะวันออก ผู้คนส่วนมากมีอาชีพย้อมผ้า เย็บผ้า และปั้นหม้อขาย…

  • C360_2013-11-18-12-17-57-912

    วัดดอกคำ

    วัดดอกคำ เอาเข้าจริงแล้ววัดนี้เป็นวัดที่มีวิหารสวยงามนะครับ รวมทั้งพระพุทธรูปที่ประดิษฐานด้านในวิหารก็สวยงามไม่แพ้กัน เพียงแต่ในความสวยงามที่ผมกล่าวมานั้น นักท่องเที่ยวมักจะมองเป็นแค่ทางผ่านไปเที่ยววัดอื่นๆ ในคูเมืองซะมากกว่า จากประตูท่าแพมาซักหน่อยตรงฝั่งคูเมืองด้านใน วัดดอกคำจะตั้งอยู่ติดริมถนน ขนาดพื้นที่วัดเล็กพอตัว และช่วงเวลาดังกล่าวที่ผมไป ทางวัดกำลังบูรณปฏิสังขรณ์วัดบางส่วนยังไม่แล้วเสร็จ ตามประวัติบอกไว้ว่า วัดดอกคำสร้างประมาณปี พ.ศ. 2326 โดยมีหลักฐานจากคำจารึกที่ฐานพระพุทธรูป ในวิหารวัดดอกคำ และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจจะสร้าง วัดดอกคำในช่วงที่เชียงใหม่เป็นเมืองร้าง หรือสร้างโดยพม่าก่อนหนีกลับไป ให้หลังจากพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ และใช้เวลา 14  ปีอยู่ที่ “เวียงป่าซาง” เพื่อเตรียมฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ และมีการสร้างวัดช่างทองคำ (วัดดอกคำ) ในปี พ.ศ. 2326 โดยนับจากนั้นมาอีก 13 ปี พระเจ้ากาวิละ…

  • C360_2013-11-14-12-29-35-359

    วัดเมืองมาง

    หลังจากไปกินข้าวมันไก่เพ็ญศรี ตรงถนนราชเสียงแสนมา ขาลับวกเข้าซอยข้างเชียงใหม่นิวส์ สายตาพลันมองไปเห็นวัดเมืองมาง นึกได้ว่าวัดนี้ยังไม่เคยแวะ ว่าแล้วเลยจัดซักหน่อยเผื่อมีอะไรมาฝาก เข้าไปด้านในก็เช่นเคยครับ วัดเต็มไปด้วยรถราหลายคันจอด คือไอ้ที่จอดนิ ไม่ได้มาทำบุญหรือเที่ยววัดนะครับ แต่จอดไว้แล้วไปทำธุระ ทำงานอย่างอื่นแถวๆ นั้น จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องปกติที่สำหรับทุกวัดในเชียงใหม่นั้นแหละ เพราะเชียงใหม่อย่างที่ทราบกัน ที่จอดรถมีน้อย การอาศัยพื้นที่วัดในการจอดรถ จึงเป็นเรื่องจำเป็น วัดเมืองมาง จากประวัติที่สืบค้นได้ว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2225 สมัยนั้นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้นำทัพขึ้นไปตีเมืองยอง  ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา ภายหลังจากทำศึกชนะแล้ว  ได้กวาดต้อนเอาชาวเมืองยองมาเป็นเชลย และได้มาตั้งหมู่บ้านอยู่ในอาณาเขตเมืองเชียงใหม่ ในขณะนั้นขุนนางผู้หนึ่งชื่อ “หมื่นเพียน” (บางเอกสารว่าชื่อหมื่นเยื่อน) ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมดูแลเชลย ในบรรดาชาวเมืองยองที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นเชลยในคราวนั้น…

  • page

    แนะนำทริปเที่ยววัดถนนราชดำเนิน

    ใครไปเที่ยวถนนคนเดินท่าแพ ในวันอาทิตย์จิตแจ่มใส ถ้าไม่เพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้ง และของกินละลานตา จะสังเกตได้ว่าระหว่างสองข้างทางของถนนราชดำเนิน (“โอ้ ดำเนิน เธอสวยเหลือเกินดำเนินของพี่” นึกถึงเพลงนี้เลย ฮ่าๆๆ) มีวัดมากมายหลายอย่างให้แวะชมนะครับ ซึ่งถ้านับนิ้วก็คงร่วมๆ ประมาณ 6 – 7 วัดด้วยกัน ตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย ไปเที่ยวถนนคนเดินตอนกลางคืน มันไม่รู้หรอกครับว่า แต่ล่ะวัดมีอะไรน่าสนใจ สวยงามขนาดไหน ฉะนั้น มากันตอนกลางวันก่อนถนนคนเดินจะเริ่มในตอนเย็น หรือจะมาในวันที่มันไม่มีถนนคนเดินก็ได้ แล้วท่านจะรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจเยอะ และจากการคัดกรองโดยคณะกรรมการ และทีมงานระดับมือฉมัง (ตั้งเอาเอง) วัดที่ผ่านเข้ารอบ และสมควรจะแวะก็มีกันดังต่อไปนี้ครับ วัดหมื่นล้าน ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช สร้างวัดหมื่นล้านคือ “หมื่นโลกสามล้านขุนพลแก้ว”…

  • page

    แนะนำทริปเที่ยววัดตำบลป่าแดด

    เส้นทางทริปนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจว่ามันจะเป็นเส้นทางท่องเที่ยววัดได้มาแต่ก่อน เนื่องจากคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรสนใจมาก เพราะเคยผ่านอยู่ 2 – 3 ที แบบไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ล่าสุดเมื่อหลายวันก่อนลองค่อยๆ ขับรถจากสะพานมหิดล ตรงที่กลับรถถนนช้างคลาน เรื่อยมาตามริมฝั่งแม่น้ำปิง หลายๆ อย่างที่น่าสนใจ เมื่อค่อยๆ ขับรถไปพร้อมกับสังเกต ก็เริ่มก่อตัวขึ้น อย่างที่บอกไว้แต่แรก ไม่นึกไม่ได้คิด แถมตอนมาก็มีแผนการ และเป้าหมายเอาไว้ในใจแล้ว แต่ในเมื่อการแหวกแผน หรือการทำอะไรนอกเหนือจากแผนการชีวิต ถือเป็นเรื่องที่น่าสนุกสำหรับทุกคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผมด้วยที่ทำเป็นประจำ จะบอกว่าการนอกเรื่องเป็นสันดานของตัวเองก็คงถูก นอกเรื่องจนได้เรื่อง และเรื่องที่จะมาแนะนำบอกกล่าวในคราวนี้ก็เป็นเส้นทางเที่ยววัดในตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดสตาร์ทจะเริ่มจากถนนช้างคลาน แถวสะพานมหิดลกันก่อนเลยนะครับ โดยระหว่างเส้นทางดังกล่าวมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ลองตามหลังผมมาได้เลยครับ…

  • page

    แนะนำทริปเที่ยววัดถนนท่าแพ

    ถ้าให้จินตนาการตามประตูเมืองเชียงใหม่ทั้ง 5 ด้าน ประตูท่าแพน่าจะเปรียบเสมือนกับประตูหลักของบ้านที่แขกไปใครมา ต้องผ่าน หรือแวะเข้ามาทางนี้ จากสะพานนวรัฐมายังถนนท่าแพ เป็นที่ทราบกันดีมาตั้งแต่อดีตว่าบริเวณสองฟากของถนนเป็นย่านร้านค้า ที่อยู่อาศัยของชาวพม่าและชาวต่องสู้ ก่อนในสมัยต่อมาย่านนี้ได้กลายเป็นย่านพ่อค้าชาวจีนตลอดสาย ปัจจุบันเป็นถนนสายสำคัญในด้านการค้า นอกจากความสำคัญในเชิงการค้าธุรกิจแล้ว บริเวณถนนท่าแพยังมีวัดพม่าที่สร้างขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีจำนวนหลายวัด ซึ่งวัดเหล่านี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม และเพื่อความสะดวกในการเที่ยววัดแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบนถนนเส้นนี้ กระผมเลยจะขอทำการจัดทริปสั้นๆ ในการเที่ยววัดบนถนนท่าแพมาฝากกันครับ โดยจะขอไล่รายนามไปทีละแห่งก็แล้วกัน วัดอุปคุต หลวงอนุสารสุนทร (ซุ่นฮี้) และแม่นายคำเที่ยง ชุติมา เป็นผู้สร้าง สถาปัตยกรรมประกอบด้วย วิหารแบบล้านนา ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ หอไตรแบบยกพื้นขนาดย่อม มีการตกแต่งลวดลายประดับประดาอย่างสวยงาม ซุ้มประตูโขงขนาดใหญ่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ วัดนี้มีประเพณีการใส่บาตรพระอุปคุตทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำที่ตรงกับวันพุธเรียกว่า…

  • C360_2013-11-09-11-02-49-430

    ศาลองค์แม่มณีจันทร์ (แม่อิ)

    หลังออกมาจากประตูวัดท่าใหม่อิ ก่อนกลับสายตาพลันเหวี่ยงไปสังเกตเห็น ศาลองค์แม่มณีจันทร์ บริเวณด้านนอกวัด และด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้ ว่าเหตุไฉนศาลองค์แม่มณีจันทร์  ถึงได้มาวางตัวอยู่ตรงนี้ และมีความสำคัญเป็นมาเกี่ยวเนื่องอะไร กระบวนการใคร่หาคำตอบจึงได้เริ่มขึ้น คำตอบแรกที่ได้ก่อนใครเลยก็คือ ชื่อของวัดท่าใหม่อิครับ สมัยก่อนจากศึกสงคราม พระนางมณีจันทร์แตกทัพหนีมาทางเรือตามลำน้ำปิง ก่อนจะมาขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำแห่งนี้ และปลอมตัวโดยใช้ชื่อว่า “แม่อิ” จากนั้นก็ได้มีการสร้างวัดขึ้น ซึ่งจากการสันนิษฐานชื่อวัดดังกล่าวน่าจะมาจากชื่อที่ปลอมตัวของพระนางมณีจันทร์ รู้สาเหตุที่ตั้ง และชื่อของวัดกันแล้ว มาดูความสำคัญและเรื่องราวของพระนางมณีจันทร์กันบ้าง ก่อนอื่นต้องสารภาพกันก่อนว่าตัวเองไม่ได้ติดตามหนังเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรทุกภาค (ถือเป็นความผิดในฐานะคนไทย และนักดูหนัง?) ฉะนั้นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระนางมณีจันทร์ หรือแม้กระทั่งสมเด็จพระนเรศวร อย่าได้ถามถึง ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยเหรอครับ ผมโยนทิ้งลงชักโครกแล้วตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายมา (ประชากรไทยทุกคนน่าจะเป็นแบบนั้น) เอาล่ะในเมื่อพากันลืม หรือจำได้บ้างไม่ได้บ้างจากหนังหรือวิชาประวัติศาสตร์ที่เล่าเรียนกันมา กระผมก็จะขอเล่ากันแบบบ้านๆ เข้าใจกันง่ายๆ ไม่ต้องวิชาการลีลาอะไรกันมาก…

  • C360_2013-11-10-11-58-22-650

    วัดอู่ทรายคำ

    วัดอู่ทรายคำ ผมแวะมาวัดแห่งนี้เพราะป้าย “เชิญนมัสการพระสิงห์หยก วัดอู่ทรายคำ” ล้วนๆ ที่มาที่ไปของเรื่องก็คือ มันแปะโชว์ไว้ตรงปากซอยเลยโรงแรมอโมร่า ท่าแพมานิดนึง เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งตรงปากประตูวัด หรือแม้รกะทั่งข้างวิหาร ก็ยังมีติดบอก ซึ่งนั่นพอจะเดาออกได้ว่า “พระสิงห์หยก” คงจะมีความสำคัญในวัดแห่งนี้ พระพุทธสิหิงค์หยก หรือเรียกสั้นๆ ว่า “พระสิงห์หยก” วัดอู่ทรายคำ เป็นพระพุทธรูปที่ทำจากเนื้อหยกธรรมชาติแท้ Jadeite เจดส์ได ประเภท CommercialJade (คอมเมสเชียลเจดส์) มีหลากหลายสีอยู่ในองค์พระ เช่น สีเทาอมฟ้า, สีม่วง ที่ไหล่ซ้าย สีเขียวพระหัตถ์ซ้ายผ่านหน้าอก ทะลุลงบัลลังค์ และมีสีขาว เล็ก…

  • C360_2013-11-09-10-11-40-499

    วัดวังสิงห์คำ

    เล่นเอางงกันเลยทีเดียวครับ กว่าจะมาถึงวัดวังสิงห์คำ เพราะระหว่างทางที่ขับมอเตอร์ไซค์กินลมชมวิวมา ตลอดริมฝั่งแม่น้ำปิง ไอ้ผมก็กลัวหลงทาง และขับรถเลยวัดวังสิงห์คำซะเหลือเกิน จะโทษป้ายจราจรก็มีส่วน เนื่องจากป้ายแรกที่ผมเจอมันแปะตรงใต้สะพานมหิดลตรงที่กลับรถถนนช้างคลาน ซึ่งไอ้เราก็คิดว่า วัดคงจะอยู่ไม่ไกลนัก แต่ที่ไหนได้กว่าจะขับมาถึง เล่นเอาผมวิตกกังวลอย่างที่เกริ่นไว้แต่แรก สุดก็ไม่มีปัญหาอะไรให้น่าหนักอกหนักใจครับ วัดวังสิงห์คำแห่งนี้ จากความเป็นมาบอกว่าแต่เดิมตั้งอยู่ ณ ที่ดินแปลงที่โรงเรียนวัดวังสิงห์คำตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่เนื่องจากว่าอยู่ห่างไกลจากถนน และแม่น้ำไม่สะดวกแก่การคมนาคมซึ่งในสมัยก่อนจะใช้การคมนาคมทางน้ำเป็นส่วนมาก ดังนั้นชาวบ้านจึงได้ย้ายวัดมาสร้าง ณ ที่ตั้งในปัจจุบันนี้เมื่อพุทธศักราช 2417 โดยมีท่านท้าวคำวงศ์ษาเป็นผู้มอบถวายที่ดินให้สร้างวัด ที่ได้ชื่อว่า “วังสิงห์คำ” ตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันว่า แต่เดิมริมฝั่งแม่น้ำปิงบริเวณตรงต้นจามจุรี (ฉำฉา) ที่อยู่บริเวณหน้าวัดในขณะนั้นนี้มีความลึกมากน้ำใสสะอาดเป็นวังน้ำวน ได้มีพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ พระพุทธรูปองค์นี้ได้แสดงอภินิหารติดเบ็ด ติดอวน…

  • C360_2013-11-10-12-32-39-120

    วัดมหาวัน

    ถ้าให้จิ้มเลือกวัดในย่านถนนท่าแพซักที่ ให้ติดอันดับความโดดเด่นโดนใจ ในระดับนางงามแล้ว ดูเหมือนว่าวัดมหาวัน น่าจะเข้าตากรรมการมากที่สุดครับ แม้จะมีคู่แข่งวัดอื่นๆ ที่พิกัดใหญ่กว่าก็ตาม สาเหตุด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่นวัดแสนฝาง วัดนี้ภายนอกถ้านักท่องเที่ยวไม่สังเกตดีๆ ก็แทบไม่รู้ว่าด้านในมีอะไร เนื่องจากตรงถนนท่าแพ กำแพงวัดมันสูง ทั้งยังประตูทางเข้าก็ไม่โดดเด่น (แต่ด้านในสวยงามนะ) ส่วนอีกวัดคือวัดบุพพาราม วัดนี้มองผ่านๆ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรคล้ายๆ กัน (กำแพงสูง รถก็จอดเกลื่อนวัดด้วย) ฉะนั้น รางวัลจึงสมควรมาตกที่วัดมหาวันมากที่สุด กำแพงวัดไม่สูง ใครผ่านไปผ่านมาสังเกตได้ง่าย แถมศาสนสถานด้านในยังหลากหลายไม่แพ้วัดอื่นๆ เหตุผลเหล่านี้คงจะเพียงพอในการชูมือขึ้นแท่นนะขอรับ วัดมหาวัน หรือ วัดมหาวนาราม มีความหมายของชื่อแปลที่ว่า ป่าไม้ใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะในสมัยพระเจ้ากาวิละ…

  • C360_2013-11-09-10-39-35-200

    วัดท่าใหม่อิ

    ตั้งแต่ไปเที่ยววัดมาหลายที่ในเชียงใหม่ ก็เห็นจะมีวัดนี้แหละครับที่แลดูสวยงามไปทุกสัดส่วนทั้งสถาปัตยกรรม และการดูแล ตกแต่งในรอบๆ บริเวณวัด วัดท่าใหม่อิ (ห้ามหัวเราะ อิอิ นะ) ในตำบลป่าแดด ตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับใครที่เคยมาแล้ว ย่อหน้าแรกความเห็นของผม คงจะตรงกับทุกคนที่เคยแวะมาที่นี้ แต่กว่าวัดจะสวยงามได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าใช้เวลานานพอสมควรครับในการเนรมิต เพราะแต่เดิมวัดท่าใหม่อิ เกือบจะเป็นวัดร้าง แถมสภาพก็ชำรุดทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา ทั้งยังเคยน้ำท่วมมาก่อน ฉะนั้นเสนาสนะต่างๆ จึงจมอยู่ภายในน้ำ ทำให้มีสภาพผุกร่อนไป การเข้ามาแก้ไข ปรับปรุงหลายอย่าง จึงไม่ใช่งานที่ง่าย พระมหาไพศาล ฐานวุฑฺโฒ ถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการพัฒนาวัดดังกล่าว ให้มีสภาพที่เห็นในปัจจุบัน โดยในวัดจะเน้นการจัดตกแต่งด้วยสวนและน้ำพุ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้กับผู้มาเยี่ยมชม ให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ปล่อยวาง…

  • C360_2013-11-09-11-13-11-734

    วัดดอนชัย

    หะแรกผมว่าจะไม่แวะมาวัดแห่งนี้แล้วครับ เนื่องจากการคำนวณแบบสุ่มมั่วคราวๆ คาดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจไปซักเท่าไหร่ แต่ไหนๆ ก็มันผ่านมาแถวนี้แล้ว แถมยังอุตส่าห์ขับมอเตอร์ไซค์ตากแดดตากลมมาตั้งไกล (ดีนะที่แดดไม่ร้อนเท่าไหร่) จะแวะไปหน่อยจะเป็นไรไป เพราะถึงไม่มีอะไร อย่างน้อยๆ ก็ยังได้มาล่ะว่ะ จากถนนที่เรียบริมฝั่งแม่น้ำปิงทางทิศตะวันตก มายังหมู่ที่ 4 บ้านดอนชัย ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  เป็นสถานที่ตั้งของวัดดอนชัย ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ โดยวัดแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2423 เข้าไปถึงในวัดเห็นชาวบ้านกลุ่มนึงกำลังยุ่งอยู่กิจกรรมบางอย่าง จากการคาดคะเนน่าจะยุ่งอยู่กับงานกฐิน ส่วนบริเวณรอบๆ วัดถือกว้างขวางดี แถมยังมีเสียงเพลงไก่จ๋า เวอร์ชั่นพี่เป้า สายัญ สัญญา ดังออกมาจากลำโพงในระบบเซอร์ราวน์ด้วย (ก็มันมีงานบุญครับ…

  • C360_2013-11-10-12-49-09-619

    วัดหนองคำ

    ผมตามมาเที่ยววัดนี้ เพราะขบวนกฐินในช่วงบ่ายของวันนึงครับ ตามประสาของคนต่างถิ่นต่างภาค การได้เห็นวัฒนธรรมชาวบ้านแบบอื่นที่ไม่เคยเจอย่อมเป็นเรื่องพิเศษ  ซึ่งอารมณ์ของผมตอนนั้น ก็คงไม่ต่างจากฝรั่งซักเท่าไหร่ ที่พากันยืนที่กล้องรัวชัตเตอร์เป็นว่าเล่น เสียงครึกครื้นของขบวนแห่ทั้งหนุ่มสาว และคนแก่ ต่างมุ่งหน้าไปยังวัด จากปากถนนช้างม่อย ช่วงระยะเวลา 15 นาทีก็เป็นอันถึงที่หมาย เศษประทัดที่โดนจุดอยู่ด้านหน้าเกลื่อนกลาด ชาวบ้านมากหน้าหลายตา ต่างพร้อมใจกันมาทำบุญ ส่วนผมก็ได้เวลาสำรวจว่าด้านในนั้นว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง วัดหนองคำ นับเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และสวยงามวัดหนึ่งของภาคเหนือครับ ตามประวัติบอกไว้ว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2380 โดยคณะศรัทธาสามัคคีหลายท่าน ซึ่งมีชาวปะโอ (ต่องสู้) ตลอดถึงคณะศรัทธาพี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่เป็นพ่อค้าไม้ ได้พร้อมใจกันขายช้าง 7 เชือก ได้จัดหาซื้อที่ดินเพื่อที่จะสร้างวัด ถวายไว้ในพระพุทธศาสนาให้เป็นมรดกอันล้ำค่า โดยศาสนสถานภายในวัดก็มีกันดังต่อไปนี้ พระอุโบสถ กว้าง…

  • C360_2013-11-09-11-58-14-912

    วัดป่าพร้าวนอก (ขุนคำ)

    เรื่องนี้เป็นความสงสัยส่วนตัวครับ เวลาไปเที่ยววัดไหนแล้วเจอประตูวิหารปิด ข้อสันนิษฐานแรกที่ผมคิดเอา น่าจะมาจากความหวงแหน ในทรัพย์สมบัติของทางวัดหลายๆ อย่างในวิหาร ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือของมีค่าอย่างอื่น การจะปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้ามาเพ่นพ่าน เดินเข้าออกง่ายๆ บางทีมันก็เสี่ยงเกินไป ฉะนั้นก็ปิดประตูวิหารมันเลยล่ะกัน ไว้มีกิจของสงฆ์เมื่อไหร่ ค่อยเปิดแงมเข้าไปเอา ข้อสันนิษฐานที่สอง บ้างวัดจะมีเพียงแค่วิหารเท่านั้น ซึ่งในฐานะชาวพุทธที่พอจะรู้เรื่องรู้ราวหน่อย ก็จะทราบว่า ทางวัดจะใช้วิหารในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา โดยถ้าเป็นกรณีของอุโบสถ ญาติโยมจะไม่สามารถเข้าไปได้ แต่กลับกันถ้าวัดมีแค่เพียงวิหารเท่านั้นใน การจะเข้าไปเพ่นพ่านในนั้นของญาติก็จะสะดวกโยธิน และเพื่อเป็นการตัดปัญหา หลายๆ วัดเลยใช้มาตรการปิดประตูห้ามเข้าไปเลยล่ะกัน โดยยึดถือเอากฎของอุโบสถ ส่วนใครจะมาไหว้พระไหว้เจ้าอะไร ก็กราบไหว้ไปตรงศาสนสถานอย่างอื่นๆ แทน คิดออกแค่สองข้อ และคงไม่คิดว่าจะมีข้อที่สามสี่ห้า หรือว่าถ้าหากใครคิดออก หรือไปถามท่านผู้รู้…

  • C360_2013-11-09-09-57-31-595

    วัดป่าแดด

    วัดป่าแดด ถ้าให้สารภาพ ก็ต้องบอกว่าไม่ได้อยู่ในเส้นทางการมาเที่ยวแบบส่วนตัวสำหรับผมเท่าไหร่ เพราะใจความหลักผมมุ่งตรงไปยังวัดท่าใหม่อิ และวัดวังสิงค์คำ แต่ในเมื่อผมเจอป้ายวัดมันแปะข้างทางใกล้ๆ กันกับสองวัดข้างต้นอันเป็นจุดหมาย บวกกับเป็นทางผ่าน การจะแวะเข้าไปสอดส่องดูซักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร ก็ไหนๆ ผ่านมาทางนี้แล้วนิ จากถนนที่เลียบฝั่งแม่น้ำปิงทางทิศตะวันตก ตำบลป่าแดด ห่างออกไปจากเมืองเชียงใหม่ทางทิศใต้พอสมควร การมาเที่ยววัดป่าแดดไม่ใช่เรื่องยากซักเท่าไหร่ ขอแค่อาศัยตาไวเป็นพอ โดยพยายามสังเกตป้ายวัดตามข้างทางเอา “วัดป่าแดด“ หรืออีกชื่อคือ “วัดดอนแก้ว” สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2345 และบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ.2475 บริเวณวัดไม่ถือว่าใหญ่นัก วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่เคารพนับถือของนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ และดารานักแสดงพอสมควร โดยเฉพาะผู้บริหาร และดาราช่อง 3 ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่วัดนี้ได้รับการดูแลอย่างดี และดูใหม่ในหลายๆ ส่วน…

  • C360_2013-11-10-12-22-01-874

    วัดเชตวัน

    ผมพยายามนั่งนึกอยู่หลายนาทีว่าฉากในหนังเรื่อง Lost In Thailand มันมีวัดเชตวันแว่บผ่านเข้ามามั้ย เพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าตัวละครเอกวิ่งผ่านแถวนี้ นั่งนึกไปได้ 10 กว่านาที พร้อมกวาดสายตาไปข้างวิหาร นึกจนหัวกบาลแทบแตก ก็นึกไม่ออก สุดท้ายเลยปล่อยมันไว้เช่นเดิม ทำนองช่างหัวคุณยายมัน เอาไว้วันไหนสมองโลดแล่น นึกออกค่อยจะมาบอกอีกทีว่ามีหรือไม่ จริงๆ แล้ว บางทีถ้าหนังยัดรายชื่อสถานที่สำคัญภายในวัดตอนท้ายเรื่องก็น่าจะดีไม่หยอกนะ เพราะอย่างน้อยๆ คนจีนที่มาเที่ยว มันจะได้วางแผนชีวิตถูกว่าตูควรจะไปเที่ยวไหนบ้างที่เคยเห็นในหนัง อารมณ์ประมาณตามรอย Lost In Thailand วัดเชตวัน หนึ่งในวันย่านถนนท่าแพที่วางตัวเรียงรายอยู่ใกล้ๆ กันกับหลายวัดแถวนั้น โดยอยู่กับข้ามกับวัดมหาวัน ซึ่งถ้าจะพูดไปแล้ว วัดแห่งนี้มักจะถูกมองข้ามจากชาวบ้านในการแวะมาเที่ยวชมสถานที่ ทั้งๆ ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามดีๆ มีไว้อวดโชว์หลายอย่าง…

  • C360_2013-11-10-12-16-45-354

    วัดชมพู – พระธาตุคู่แฝด ของพระธาตุดอยสุเทพ

    พระธาตุเจดีย์วัดชมพู ถ้าเอารูปให้ชาวบ้านดู บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นพระธาตุดอยสุเทพ เนื่องจากมันมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากยังกับฝาแฝด ยิ่งถ้าลองเปลี่ยนฉากหลังเหมือนกัน และหยิบมาวางเทียบใส่กัน บางทีแฟนพันธุ์แท้เท่านั้นจึงจะดูออก พระธาตุเจดีย์ทองจังโก เป็นชื่อเรียกของพระธาตุวัดชมพู ที่เปรียบเสมือนพระธาตุคู่แฝด ของพระธาตุดอยสุเทพ มีตำนานเล่าขานบอกกล่าวว่า พระเจ้ากือนามหาราช เจ้านครเชียงใหม่ กษัตริย์แห่งล้านนาไทย ทรงสร้างพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยพระราชมารดา พระนางพิมพาเทวี ทรงปรารภว่า บนดอยสูงเกินกว่าคนเฒ่าคนแก่ขึ้นไปไหว้ ไม่สะดวก ดังนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระธาตุเจดีย์พร้อมวัดมีนามว่า “วัดใหม่พิมพา” ลักษณะของยอดดอยพระธาตุเจดีย์วัดใหม่พิมพานั้นมีฉัตร 7 ชั้น ตัวพระธาตุสูงประมาณ 30 เมตร กว้างด้านละ 11.30 เมตร มีอายุประมาณเกือบ…

  • C360_2013-11-09-11-42-58-815

    วัดเกาะกลาง

    วัดแห่งนี้ผมไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวครับ และไม่เคยรู้จัก แต่บังเอิญแวะผ่านมา ว่าแล้วเลยแวะเพราะเห็นเจดีย์ตั้งเด่นสง่ามาแต่ไกลอีกฟากฝั่งของแม่น้ำปิง ที่สำคัญตรงสะพานวิวมันสวยด้วย สวยในระดับที่ต้องหยุดจอดรถเพื่อเก็บภาพซักชอตสองชอต อารมณ์ตอนนั้นเหมือนตัวเองกำลังมาเที่ยววัดแถวภาคกลาง เพราะด้วยบรรยากาศ และที่ตั้งต่างๆ ของวัด มันช่างคลับคล้ายคลับคลากันซะเหลือเกิน วิหารวัดเด่นมาแต่ไกลกับองค์เจดีย์ มีแม่น้ำไหลผ่านเอื่อย พร้อมฉากหลังของท้องฟ้าอันสดใส ให้ตายเถอะ มันยอดไปเลยซาร่า หลังจากยืนซึมซับความงามจากด้านนอก ก็ได้เวลาขับรถไปถึงบริเวณด้านใน ซึ่งบริเวณวัดเกาะกลางจากการสำรวจโดยรอบ ถือว่ากว้างขวางเอาการ ศาสนสถานหลายอย่างวางตัวเยอะแยะไปทั่ววัด ตามประวัติบอกว่า วัดเกาะกลางก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2410 เดิมชื่อวัดปางสนุกนางเหลียว ด้านการศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2517 นอกจากนี้ยังมีหน่วยอบรมประชาชนในตำบลป่าแดด ศาสนสถานอันสำคัญในวัดมี วิหารสีขาว เป็นวิหารที่สวยงามมาก ภายในวิหารมีภาพวาดเกี่ยวกับวัดเกาะกลาง และชุมชน…

  • C360_2013-11-06-16-14-08-797

    วัดศรีบุญเรือง

    ปกติผมพยายามประหยัดใช้เงินอย่างสุดๆ นะครับ (ประหยัดนะ ไม่ใช่ขี้เหนียว คนล่ะความหมาย) แต่หลายวันก่อนยิ่งรู้ซึ้งหนักกว่าเดิมของการประหยัดเงิน ว่ากว่าจะได้มาแต่ละบาท ชีวิตมันจะเสี่ยงไปไหน กะอีแค่ไปถ่ายรูปในวัด ยังต้องวิ่งหนีกองทัพหมา 4 – 5 ตัวเพราะมันเห่าจะไล่กัด ไอ้เราก็พยายามเย็นไว้เถอะโยมอยู่หลายที เนื่องด้วยคิดว่ามันเป็นหมาวัด แต่สุดท้ายหยิบก้อนหินได้ก็เขวี้ยงเลย (ไม่กะให้โดนนะ พอไล่ๆ มันหนีเท่านั้น) ม็อบน้องหมาค่อยสลายหนี นี่นึกไปนึกมาอีกที จะเอาใครมาเป็นศรีภรรยา ถ้าหากใช้เงินเปลือง โดยไม่รู้คุณค่าว่าซะมีลำบากเสี่ยงตายขนาดไหน กูจะเอามันไปปล่อยวัดให้หมากัด ขอบอกตรงนี้เลยล่ะ เพราะมันเสียวไส้มากๆ เหตุเกิดที่ว่าอยู่ที่วัดศรีบุญเรืองครับ ก่อนหน้านี้เคยอ่านเจอท่านหนึ่งเขียนลงบล็อกส่วนตัวบอกว่าวัดนี้เป็นวัดของคนเสื้อแดง แถมในวัดการันตีด้วยการมีเหรียญของ พ.ต.ท. ทักษิณ เอาไว้บูชาอีกด้วย บ๊ะ!…

  • C360_2013-11-06-16-58-29-026

    วัดปู่เปี้ย

    ผมมีความเชื่อว่าคนเราถูกสร้างมาเพื่อให้ถนัดบางสิ่ง และเก่งบางสิ่ง พูดง่ายๆ ก็คือพรสวรรค์นั้นแหละ ของแบบนี้บางคนค้นเจอมาแต่เด็กก็ง่ายหน่อย ตอนเลือกเรียนมันจะง่ายกว่าชาวบ้าน เนื่องจากมีตัวเลือกไอ้ที่เราถนัดไว้ในใจแล้ว กลับกันบางคนตามหาพรสวรรค์ หรือสิ่งที่ตัวเองถนัดมาค่อนชีวิตก็ยังไม่เจอ สุดท้ายเลยกลายเป็นเรือที่ไม่มีหางเสือไร้ทิศทาง จะไปไหน ยังไง โดนลมพายุพัดไปก็ยังไม่รู้ ไอ้ที่ตามหาตัวเองไม่เจอว่าหนักแล้ว แต่ที่หนักกว่านี้กลับเป็นความไม่เข้าใจของพ่อแม่ผู้ปกครองที่คิดว่าลูกหลานตัวเอง โตไปต้องเป็นเจ้าคนนายคนอย่างเดียว หนำซ้ำยังถูกยัดเยียดให้เรียนและประกอบอาชีพในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ข้าราชการ ทหาร พยาบาล ตำรวจ หมอ วิศวกร เหล่านี้เป็นตัวอย่างคร่าวๆ ที่ถูกยัดห่าลงโปรแกรมของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูก และเมื่อถูกบังคับ ไม่เต็มใจ ใครมันจะไปทำหน้าที่ออกมาได้ดีล่ะครับ ซึ่งสิ่งที่พ่อแม่ควรจะสอนลูกเต้า น่าจะเป็นไปในแนวทางที่บอกว่าเรียนอะไร ประกอบอาชีพอะไรก็ได้ ขอให้รัก มีความสุขที่ได้ทำ เลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด ค้นหาตัวเองเจอให้ได้ว่าถนัดอะไรที่สุด…

  • C360_2013-11-06-16-55-30-792

    วัดธาตุขาว

    วัดธาตุขาว เป็นหนึ่งในวัดในเวียงกุมกามที่ผมจำขึ้นใจ เพราะความโดดเด่นของพระประธานที่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ให้อารมณ์แลดูขลัง และข้อสำคัญอีกอย่างที่จำได้ เนื่องจากวัดอื่นๆ ที่เหลือมันไม่มีครับ (ยกเว้นวัดเจดีย์เหลี่ยม และวัดช้างค้ำนะ) ที่ต้องกล่าวเช่นนั้น ก็วัดที่เหลือๆ อยู่ล้วนแต่เป็นลักษณะของเนินดินซะมากกว่า แถมยังแลดูซ้ำๆ กันอีกด้วย คือถ้าไปซัก 4 – 5 วัดติดๆ กันก็เป็นอันเริ่มสับสนแล้วว่าที่ไหนคืออะไร แล้ววัดเมื่อกี้มันชื่ออะไร ฉะนั้น วัดธาตุขาวก็เลยจำได้ง่ายกว่าชาวบ้านหน่อย วัดธาตุขาว พิกัดวัดตั้งอยู่ทางทิศใต้วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ในเส้นทางผ่าทางเข้าวัดพญามังราย-พระเจ้าองค์ดำมาทางใต้ ในเขตพื้นที่ทางด้านตะวันตกของเวียงกุมกามและวัดปู่เปี้ย (ร้าง) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สภาพปัจจุบันเป็นวัดร้าง และขึ้นบัญชีเป็นวัดของกรมศาสนา สภาพแวดล้อมทั่วไปแวดล้อมด้วยสวนลำไยของเอกชน มีถนนบุญรักษ์สายใหม่ตัดผ่านด้านหน้าวัด วัดสร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันออก…

  • C360_2013-11-06-17-22-47-512

    วัดกู่ป้าด้อม

    เสียงนักท่องเที่ยวจีนดังเจี๊ยวจ๊าวบนรถนำทัวร์ของทางเวียงกุมกาม จับใจความได้ พวกเขาน่าจะตื่นเต้นกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ร่องรอยของสิ่งก่อสร้างที่ถูกพัดผ่านข้ามกาลเวลา เหลือทิ้งแต่ซากปรักหักพังทิ้งไว้ให้นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ได้ค้นหา ไหนจะวิหาร เจดีย์ ก้อนอิฐเก่าทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนแต่มีคำตอบอยู่ในตัวของมัน เคยมีนักเขียนคนนึงบอกเอาไว้ว่าสิ่งของทุกอย่าง ล้วนแล้วแต่มีประวัติศาสตร์ในตัวของมัน ซึ่งประวัติศาสตร์จะสมบูรณ์ มันต้องมีทั้งดีและร้ายปะปนกัน แน่นอนโลกมีสองด้านเสมอ จะ ดำ – ขาว จะ ดี – เลว ทุกอย่างล้วนหนีไม่พ้น มีเกิดก็มีดับ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า แม้ขนาดที่ว่าแน่ๆ มันก็ยังไม่แน่นอน ของพวกนี้จะพูดไปมันก็เหมือนสัจธรรมชีวิต ไม่มีอะไรจีรังยังยืน เวียงกุมกาม อดีตเมืองเก่าอันรุ่งเรืองที่ถูกน้ำท่วมจมกลืนหาย ซึ่งบัดนี้หลายส่วนถูกขุดค้นพบมานานได้จะเกือบ 30  ปีเข้าให้แล้ว บางส่วนขุดเสร็จไป…

  • C360_2013-11-06-17-05-06-344

    วัดอีค่าง

    ถ้าให้พูดถึงเรื่องลิง สมัยยังเด็กๆ ลิงที่กุมภวาปี และที่โกสุมพิสัย เป็นสองที่แรกที่ตัวเองนึกถึง เอาที่ไปบ่อยสุดคือกุมภวาปีครับ และที่มีโอกาสไปได้ไปเจอ เพราะตอนเด็กๆ ตามติดพ่อในฐานะบอดี้การ์ด นั่งหน้ารถไปขายหอม กระเทียมแถวนั้น ค่าจ้าง 5 – 10 บาท หรือขนมห่อสองห่อ ก็เพียงพอสำหรับเด็กคนนึงที่จะใช้เวลาหยุดออกมาเป็นเพื่อนคุยพ่อเวลาทำงาน ที่สำคัญการอยู่บ้านก็ไม่ได้สนุกไปมากซักเท่าไหร่ กิจกรรมช่วงพักกลางวันที่ทำประจำตอนนั้น พ่อจะพาผมไปนั่งคัดเลือกหอมเน่า และผลไม้บางชิ้นโยนให้ลิงกิน ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงที่การแย่งอาหารของลิงเนี่ยแหละครับ บางตัวชั้นเชิงแพรวพราวเพียบ แถมลูกน้องเยอะ เวลาจะแย่งอาหารที 80 เปอร์เซ็นต์ไม่มีคำว่าพลาด ส่วนไอ้ตัวที่ทักษะน้อยหน่อยก็จ๋อยแดกไปตามระเบียบ รอดักเก็บจังหวะสองเอาเวลาตัวเก่งๆ พลาดมือ ตัวไหนซนหน่อยแย่งเพื่อนไม่ได้ บางทีของกินในมือคน มันก็วิ่งตรงมาฉกไปดื้อๆ มิน่าแหละครับ…

  • C360_2013-11-06-16-46-31-574

    วัดพระเจ้าองค์ดำ – พญามังราย

    ร่องรอยวัดต่างๆ ในเวียงกุมกาม ที่ขุดค้นพบ ส่วนใหญ่แล้วมักมีระยะห่างกันไม่มาก นั้นเป็นข้อบ่งชี้สันนิษฐานว่าอารยธรรมความรุ่งเรืองสมัยนั้น เฟื่องฟูสุดขีด โดยเฉพาะเรื่องพุทธศาสนา บางวัดห่างกันไม่ถึง 200 เมตร บางที่ถ้าไกลหน่อยก็ห่างเป็นกิโลนิดๆ แต่ที่ห่างคาดว่าน่าจะเป็นภูมิศาสตร์ในการก่อสร้าง แต่หลักๆ ก็อย่างที่เอ่ยไปนั้นแหละครับ มันจะกระจุกตัวอยู่ใกล้ๆ กันซึ่งมันก็เป็นข้อดีไปอย่างสำหรับใครที่คิดจะมาเที่ยวชมเวียงกุมกามแล้ว ไม่ต้องวอกแวกออกเส้นทางไปที่อื่นไกลให้มันเมื่อยตุ้ม “ยาวๆ ไปเลย ลูกพี่” ประโยคนี้น่าจะเหมาะสม… ถัดจากวัดเจดีย์เหลี่ยมมาหน่อย มีสองวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันครับ “